posttoday
ธปท.หวั่นเศรษฐกิจโตต่ำเกินคาด

ธปท.หวั่นเศรษฐกิจโตต่ำเกินคาด

01 พฤศจิกายน 2557

จีดีพีหลุด1.5% แต่นักธุรกิจมั่นใจ ไตรมาส4ดีขึ้นแน่

จีดีพีหลุด1.5% แต่นักธุรกิจมั่นใจ ไตรมาส4ดีขึ้นแน่

ธปท.หนักใจ เศรษฐกิจโตต่ำเกินคาด หวั่นปีนี้ขยายตัวต่ำกว่า 1.5%

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ยังขยายตัวช้ากว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ ทำให้ไม่มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้จะเติบโตได้ตามที่ ธปท.ประมาณการไว้ที่ 1.5% หรือไม่

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไตรมาส 3 ปีนี้ยังฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ ธปท.คาด โดยปัจจัยหลักมาจากการส่งออกติดลบ 2.7% ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ติดลบ 0.2% บวกกับการบริโภคสินค้าไม่คงทนของภาคเอกชนยังขยายตัวต่ำกว่าปกติ แม้การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มทำให้ขยายตัวที่ 0.5% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ 0%

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจความเห็นของภาคธุรกิจในระยะข้างหน้าที่ ธปท.ดำเนินการ พบว่าส่วนใหญ่ยังมองว่า ในช่วงสิ้นปีและต้นปีหน้าเศรษฐกิจยังน่าจะปรับดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ ธปท.ยังต้องรอติดตามดูก่อน

โดยปัจจัยหลักมาจากการส่งออกต่ำที่สุดซึ่งธปท.คาดทั้งปีโตที่ 0% แต่ไตรมาส 3 ส่งออกกลับติดลบ 2.7% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 0.2% บวกกับการบริโภคภาคเอกชนถึงจะปรับดีขึ้นจากการบริโภคสินค้าไม่คงทน อาทิ อาหารและเครื่องดื่มทำให้ขยายตัวที่ 0.5% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 0% แต่ก็ถือว่าโตต่ำกว่าปกติ

สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงในระดับ 83% ของจีดีพี ราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ และการบริโภคสินค้าคงทนไม่ดี ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐถึงจะมาช่วยกระตุ้นได้บ้าง เพราะเป็นการเร่งเบิกจ่ายในช่วงสิ้นปีงบประมาณ แต่การเบิกจ่ายโดยรวมยังคงทำได้น้อย โดยเฉพาะงบลงทุน

นางรุ่ง กล่าวว่า ในไตรมาสนี้การลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวในระดับต่ำ โดยขยายตัวติดลบ 1.7% หดตัวจากไตรมาสก่อหนน้าที่ติดลบ 0.1% ทั้งการลงทุนในภาคการก่อสร้างและเครื่องจักรและอุปกรณ์ เนื่องจากอุปสงค์หรือความต้องการซื้อสินค้าโดยรวมยังต่ำกว่าปกติและยังฟื้นตัวช้า บวกกับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวตามความต้องการซื้อสินค้าในต่างประเทศก็ฟื้นช้า การใช้กำลังการผลิตก็ยังต่ำอยู่ที่ 61.1% ทำให้ผู้ผลิตในกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องลงทุนขยายการผลิตเพิ่ม

อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นจากการกลับมาเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเซียทำให้ท่องเที่ยวไตรมาสนี้ขยายตัว 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ติดลบ 0.4% โดยมีจำนวนนักท่อเงที่ยว 5.85 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 5.25 ล้านคน อัตราการเข้าพักขยายตัว 51.6% จากไตรมาสก่อน 47.3%

สำหรับ เสถียรภาพโดยรวมทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2% ลดลงจากไตรมาสก่อน 2.47% ตามราคาพลังงานที่ปรับลง เงินเฟ้อทั่วปอยู่ที่ 1.79% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 1.71% ด้านอัตราการว่างงานต่ำที่ 0.8% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อย 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ จากไตรมาสก่อนเกินดุล 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะการนำเข้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าทองคำ รวมถึงสินค้าทุนและสินเค้าเพื่อการบริโภค และมีการส่งกลับเงินกำไรของธุรกิจต่างชาติ

ทั้งนี้ ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ที่ผ่านมาปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากการบริโภคภาคเอกชน ที่ผู้บริโภคยังมีความเชื่อมั่นที่ดีและการใช้จ่ายภาครัฐเป็นสำคัญ โดยการบริโภคเดือนนี้ขยายตัว 1% ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 0.4% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวในระดับต่ำ 0.1% จากเดือนก่อนที่ติดลบ 1.3% ขณะที่การส่งออกยังอ่อนแอ โดยเฉพาะในหมวดออร์โต้และสินค้าเกษตร ซึ่งส่งอกเดือนนี้ขยายตัว 3.9% จากเดอืนก่อหน้าติดลบ 0.8% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 10.1% จากเดือนก่อนหน้าติดลบ 8.3% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนดุลบริการและเงินโอนมีการส่งกำไรกลับของธุรกิจต่างชาติ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนนี้ขาดดุลเล็กน้อย 900 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดีในภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเดือนนี้ก็ยังช้า

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า โมเมนตัมของภาพรวมเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3/2557 จะทำให้ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาสที่ 3/2557 ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) จะรายงานในวันที่ 17 พ.ย.นี้มีโอกาสขยายตัวใกล้เคียง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการไล่ระดับขึ้นจากที่ขยายตัว 0.4% ในช่วงไตรมาส 2/2557

ประกอบกับฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน จะส่งผลหนุนให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 มีค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.0(YoY) หรืออาจจะสูงกว่านั้น หากรัฐบาลสามารถเดินหน้ากลไกสนับสนุนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งย่อมจะทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง มีภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่หดตัวลงร้อยละ 0.1(YoY) ในช่วงครึ่งแรกของปี และทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557 ยังมีโอกาสขยายตัวใกล้เคียงร้อยละ 1.6 ตามประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ทั้งนี้ สถานการณ์การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการเริ่มวางแผนลงทุนของภาคธุรกิจ ทยอยมีสัญญาณฟื้นตัวที่ต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงระหว่างไตรมาส 3/2557 ซึ่งสะท้อนผ่านยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าไม่คงทน/กึ่งคงทน (อาทิ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า/เชื้อเพลิง) ตลอดจนการพลิกกลับมาขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าสินค้าทุน (รูปดอลลาร์ฯ) และการเพิ่มขึ้นของยอดการขอรับและการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ขณะที่ การใช้จ่ายของภาครัฐผ่านงบประจำก็สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

ยอดขายในกลุ่มสินค้าคงทน อาทิ รถยนต์ในไตรมาส 3/2557 แม้จะฟื้นตัวล่าช้า แต่อัตราการหดตัวก็น้อยลงกว่าในไตรมาสก่อนหน้า (ยอดขายยานยนต์ในประเทศ หดตัวลงร้อยละ 29.3 YoY ในไตรมาส 3/2557 เทียบกับที่หดตัวร้อยละ 33.8 YoY ในไตรมาส 2/2557) เช่นเดียวกับการส่งออกที่ไม่นับรวมทองคำในไตรมาสที่ 3/2557 ที่แม้จะยังขยายตัวในระดับต่ำประมาณร้อยละ 0.8 (YoY) แต่ก็สูงขึ้นเมื่อเทียบกับที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.1 ในไตรมาส 2/2557จากสัญญาณของเครื่องชี้เศรษฐกิจรายเดือนตลอดช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทำให้ประเมินว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มแรกของเส้นทางการฟื้นตัว โดยมีกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศที่สามารถกลับมาทำงานได้สอดประสานกันมากขึ้น (ทั้งในส่วนการผลักดันเม็ดเงินงบประมาณของภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน และการกลับมาเตรียมแผนการลงทุนของภาคธุรกิจ) ซึ่งทิศทางดังกล่าว น่าจะมีส่วนช่วยชดเชยความเปราะบางของจังหวะการขยายตัวของภาคการส่งออกได้บางส่วน ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะยังอยู่ท่ามกลางสัญญาณเชิงบวกจากแรงขับเคลื่อนภายในประเทศ พร้อมๆ กับสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างท้าทายของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประเมินแนวโน้มเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2557 อย่างระมัดระวัง เพราะคงต้องยอมรับว่า การปรับตัวดีขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน จะมีอานิสงส์จากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน ดังนั้น คงต้องฝากความหวังไว้ที่ตัวแปรกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะการเดินหน้ามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ และการเร่งผลักดันเม็ดเงินงบประมาณในหลายๆ ส่วนของภาครัฐให้มีความต่อเนื่องและใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ให้มากที่สุด นอกจากนี้ หากสถานการณ์การเมืองในช่วงระหว่างการเดินหน้าปฏิรูปประเทศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก็อาจช่วยหนุนบรรยากาศในภาคการท่องเที่ยว และช่วยกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจให้ทยอยฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปี

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย