
กลุ่มลิ่วเฉลิมวงศ์ควงทุนฮ่องกงลุยอสังหาฯ
อสังหาริมทรัพย์ไทยเวลานี้ต้องเรียกว่า เข้าสู่ยุคเนื้อหอมรอบใหม่จากการที่กลุ่มทุนต่างชาติ
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
อสังหาริมทรัพย์ไทยเวลานี้ต้องเรียกว่า เข้าสู่ยุคเนื้อหอมรอบใหม่จากการที่กลุ่มทุนต่างชาติ หรือแม้แต่กลุ่มทุนไทยหน้าใหม่ๆ สนใจเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มตระกูลเก่าแก่อย่าง “ลิ่วเฉลิมวงศ์” ที่มองว่าอสังหาริมทรัพย์ในไทยทั้งพัฒนาเพื่อขายและเพื่อเช่า มีความน่าสนใจในการลงทุนสูง เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ในไทยยังไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย จึงยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับได้ต่อเนื่อง จึงดึงพันธมิตรทุนฮ่องกงเข้ามาร่วมลงทุน
วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ริชเชส ยูเนี่ยน เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย โดยส่วนตัวและสามีคือ วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร เคยร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง จีน และฝรั่งเศสกับกลุ่มแลมซั่น ลิน นักลงทุนชาวฮ่องกงตั้งแต่ปี 2540 เน้นการซื้ออาคารเก่ามาปรับปรุงใหม่ เช่น ในฮ่องกง ซื้อตึกเก่ามาปรับปรุงเป็นเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์รวม 56 โครงการ มูลค่าลงทุน 200 ล้านเหรียญฮ่องกง/โครงการ
ด้านการลงทุนในจีนได้ซื้อที่ดินและก่อสร้างเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวมทั้งหมด 500 ล้านหยวน และการลงทุนในฝรั่งเศส เป็นการซื้อโรงแรมเก่ามาปรับปรุงใหม่ ส่วนการหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย เพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากประเทศไทยกำลังขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนของต่างชาติ ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยจากทั้งคนท้องถิ่นและต่างชาติ มีความต้องการที่พักระยะสั้นทั้งโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์สูงขึ้น ในขณะที่ราคายังไม่สูงมาก
“คนไทยอาจจะมองว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยสูงขึ้นมาก แต่ในมุมมองต่างชาติแล้ว หากคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐถือว่าไม่สูงเลย แม้แต่การปรับขึ้นในแต่ละปีก็ไม่สูงขึ้นมากนักหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา ที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ขยับขึ้นแรงกว่า”อีกทั้ง เมื่อเทียบราคาอสังหาริมทรัพย์ไทยกับในต่างประเทศแล้ว ไทยยังถูกกว่ามาก จึงมองว่าอสังหาริมทรัพย์ยังมีโอกาสในการลงทุนที่ดีเสมอ
ทั้งนี้ มีความสนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว จึงได้ทยอยซื้อที่ดินใหม่ๆ เก็บไว้ แต่จังหวะของตลาดในช่วงเวลานั้นที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งปัจจัยการเมือง เศรษฐกิจ จึงทำให้ยังไม่ได้เริ่มนำที่ดินมาพัฒนา แต่ปีนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มนิ่ง จึงพร้อมที่จะลงทุนในไทยจริงจัง ภายใต้ 2 บริษัทหลัก คือ บริษัท ริชเชส ยูเนี่ยน เน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และบริษัท ทรี เทรดพลัส จะเน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและโรงแรม โดยสัดส่วนการถือหุ้นฝั่งคนไทย 51% และทุนต่างชาติ 49% สำหรับแผนการลงทุนนั้นจะลงทุนประมาณ 2 โครงการ/ปี มูลค่าโครงการละ 200-300 ล้านบาท เน้นทำเลกรุงเทพฯ เป็นหลัก ทั้งการลงทุนแบบซื้อที่ดินใหม่มาก่อสร้างเอง ซื้อตึกเก่ามาปรับปรุง และเช่าที่ดินเพื่อพัฒนาโรงแรม ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสในการได้ทรัพย์สินนั้นๆ มา
วันทิตา กล่าวว่า โครงการแรกที่ลงทุนเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ ภายใต้ชื่อ เดอ รูฟ พหลโยธิน ซอย 2 อาคาร 8 ชั้น จำนวน 42 ยูนิต ขนาดพื้นที่ 4886 ตารางเมตร (ตร.ม.) ขนาด 13 ห้องนอน ราคา 4.79 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 9 หมื่นบาท/ตร.ม. มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท เน้นกลุ่มผู้บริหารคนไทย โดยหลังจากสำรวจตลาดห้องชุดย่านอารีย์แล้วพบว่า มีห้องชุดระหว่างขาย 100 ยูนิต ส่วนใหญ่ เป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน เริ่มต้น 30 ตร.ม. โครงการนี้จะแตกต่างจากคู่แข่งที่มีในตลาด โดยจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ 17-23 พ.ย. ตั้งเป้ายอดขาย 30% และคาดว่าจะปิดการขายได้ภายใน 1 ปี เริ่มก่อสร้างในเดือน เม.ย. 2558 คาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค. 2559 ก่อสร้างโดยบริษัท กรีไทย คอนสตรัคชั่น
ขณะที่โครงการที่ 2 เป็นการลงทุนในโรงแรม ซึ่งบริษัทได้ซื้อตึกแถวเก่า 7 คูหา ย่านห้าแยกลาดพร้าว ด้วยเม็ดเงิน 100 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบปรับปรุงอีก 40 ล้านบาท ให้เป็นบูติกโฮเต็ลระดับกลาง แบรนด์ “ซียู อินน์” จำนวน 50 ห้อง อัตราค่าเข้าพักเริ่มต้น 1,000 บาท/คืน คาดว่าจะเปิดให้บริการเดือน ม.ค. 2558 ซึ่งจะสอดคล้องกับธุรกิจครอบครัวสามีที่มีกิจการชาร์เตอร์ไฟลต์ “อาร์ แอร์ไลน์ส” (R Airlines) ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนจีน
กลุ่มริชเชส ยูเนี่ยน ยังอยู่ระหว่างดีลที่ดินอีก 2 แปลง ตามแนวรถไฟฟ้าเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียม ส่วนกลุ่มอาคารเก่ามีทั้งอยู่ระหว่างเจรจาเองและมีผู้มาเสนอขายหลายแห่ง







