
เปิดใจทูตนิวซีแลนด์ชี้ไทยเนื้อหอมสุดในอาเซ๊ยน
หนึ่งประเทศที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทยรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน อีกทั้งยังเชิญชวนคนไทยไปขยายธุรกิจในประเทศคือ “นิวซีแลนด์”
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
หนึ่งประเทศที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทยรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน อีกทั้งยังเชิญชวนคนไทยไปขยายธุรกิจในประเทศคือ “นิวซีแลนด์”
รูเบ็น เลเวอร์มอร์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศนิวซีแลนด์และไทยมีความร่วมมือกันหลายด้าน โดยด้านเศรษฐกิจในปี 2556 มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ แบ่งเป็นการส่งออกสินค้ามาไทยมูลค่า 703 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์
ทั้งนี้ ไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมากของผู้ประกอบการนิวซีแลนด์ โดยสินค้าของนิวซีแลนด์ที่เข้ามาทำตลาดในไทยจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นสินค้านม อาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มสินค้าเพื่อการพาณิชย์ (คอมเมอร์เชียล โปรดักส์) ต่างๆ
ขณะที่สินค้าไทยที่ส่งไปทำตลาดในนิวซีแลนด์ ได้แก่ ยานยนต์ รวมถึง รถบรรทุก รถตู้ แอร์ โพลีเมอร์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง ยางรถยนต์ และสินค้าไทยที่จะมีศักยภาพเข้าไปทำตลาดในนิวซีแลนด์ในอนาคตคือ ภาชนะบรรจุพลาสติก แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาเส้นผม
เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ กล่าวต่อว่า นักธุรกิจนิวซีแลนด์หลายกลุ่มสนใจเข้ามานำสินค้ามาทำตลาดและลงทุนในไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ไอที น้ำมัน และพลังงาน เนื่องจากมองว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเห็นโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงมีโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนและขยายการทำธุรกิจมากขึ้น
“ผู้ประกอบการนิวซีแลนด์สามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญหรือทำตลาดต่อไปในอาเซียนได้ โดยประเทศไทยมีจุดเด่นหลายประการ เช่น เศรษฐกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเป็นซัพพลายเชนระดับโลกที่สำคัญอย่างมาก ส่งผลให้นักลงทุนจากประเทศทั่วโลกสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปในตลาดอาเซียนได้เป็นอย่างดีในระยะต่อไป”
นอกจากธุรกิจนิวซีแลนด์ที่สนใจเข้ามาขยายการลงทุนในไทย ทางฝั่งนิวซีแลนด์ก็ต้องการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในนิวซีแลนด์เช่นกัน โดยจุดเด่นของนิวซีแลนด์คือ เปิดกว้างรับนักลงทุนต่างชาติและไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าตลาดในประเทศมีกำลังซื้อที่ดีและเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ทั้งนี้กฎระเบียบของนิวซีแลนด์เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติ อาทิ นักธุรกิจสามารถติดต่อจัดตั้งธุรกิจในนิวซีแลนด์ โดยจะใช้เวลาเพียง 12 วันเท่านั้น รวมทั้งนิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยด้านการลงทุนและการทำธุรกิจ มีอัตราภาษีที่ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) อัตราภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 28% พร้อมเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมถึงนักธุรกิจต่างชาติ
สำหรับอุตสาหกรรมหลักของนิวซีแลนด์คือ ไอที คอมพิวเตอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญสูงมากและเป็นธุรกิจระดับโลก ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 90% โดยตลาดส่งออกหลักคือ ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐ
ปัจจุบันนักธุรกิจส่วนใหญ่ 95% คือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยวัฒนธรรมของคนนิวซีแลนด์ ทุกคนต้องการสร้างสิ่งใหม่ต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง แต่หน่วยงานรัฐไม่ได้ส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะงบประมาณของรัฐไม่สูงมากนัก ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องมุ่งพัฒนาธุรกิจและสร้างธุรกิจใหม่ๆ รวมทั้งที่ผ่านมารัฐบาลเคยให้งบประมาณสนับสนุนบริษัท แต่พบว่าบริษัทดังกล่าวไม่สามารถอยู่รอดในตลาดได้ ดังนั้นธุรกิจต้องมุ่งพัฒนาองค์กรด้วยตัวเอง
ดังนั้น นี่อาจเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบไทยเข้าไปจับมือเป็นพันธมิตรกับนักธุรกิจนิวซีแลนด์ เพื่อขยายธุรกิจได้หรืออาจส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศก็ได้เช่นกัน







