
กกร.ชง4มาตรการฟื้นฟูประเทศ
กกร.เสนอ4มาตรการฟื้นฟูประเทศต่อรัฐบาลหวังยุติความแตกแยกลดความเหลื่อมล้ำรายได้หนุนใช้สินค้าไทย และปราบคอร์รับชั่น
กกร.เสนอ4มาตรการฟื้นฟูประเทศต่อรัฐบาลหวังยุติความแตกแยกลดความเหลื่อมล้ำรายได้หนุนใช้สินค้าไทย และปราบคอร์รับชั่น
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม3สถาบัน(กกร.) ได้แก่ สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลประชุมกกร.เว่า ที่ประชุมเตรียมเสนอมาตรการฟื้นฟูประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง 4 แนวทาง ต่อรัฐบาลผ่านการประชุมระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.)ในวันที่14 มิ.ย. นี้
สำหรับมาตรการดังกล่าว ประกอบไปด้วย 1.มาตรการในการยุติความแตกแยกในสังคม 2.มาตรการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้ ซึ่งจะมีการยกระดับรายได้ภาคเกษตร และแรงงาน 3.สนับสนุนให้คนไทยใช้ของไทย และเที่ยวไทย เพื่อทำให้มีรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น และ4.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่นในทุกภาคส่วน
ด้า นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยุติการแตกแยกนั้น ทางหอการค้าไทย .อ.ท.และสมาคมธนาคารไทย จะร่วมมือในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยใช้เครือข่ายที่มีอยู่ในภูมิภาค เป็นตัวกลางเพื่อประสานให้เกิดความรักความสามัคคี เพราะความแตกแยกเป็นรอยร้าวลึก ยากจะแก้ไข ซึ่งเกิดจาก 3-4 เรื่องทั้ง ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ความเหลื่อมล้ำของรายได้ และเป็นความแตกแยกของส่วนภูมิภาค และส่วนกลาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่หากสามารถรักษาความเข้มแข็งในภูมิภาคเป็นฐานได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้
“ความแตกแยกระหว่างส่วนกลางและภูมิภาคมาจากความเหลื่อมล้ำของรายได้ ทำให้มีการเดินขบวนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ระบบของประชาธิปไตย จึงต้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นอีกไม่นานปัญหาก็เกิดขึ้นอีก ความเสียหาย ย่อยยับก็จะเกิดขึ้น” นายดุสิตกล่าว
นายดุสิตกล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมให้ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นในทุกระดับ โดยให้ทุกคนต้องกล้าที่จะเหยียดหยามคนโกง และส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่เลือกปฎิบัติ หรือไม่ให้มี 2 มาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาอันดับความโปร่งใสของไทยตกลงมากมาอยู่อันดับที่ 84 จาก160ประเทศทั่วโลก ซึ่งในการตรวจสอบความโปร่งใสนั้นทางกกร.จะให้ทางหอการค้าต่างประเทศเข้ามาช่วยดู เพื่อดูมาตรฐานที่ต่างประเทศเขาทำ
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานส.อ.ท.กล่าวว่า ในส่วนการกระจายรายได้นั้น จะเชื่อมโยงการผลิตของกิจการอสเอ็มอี และสินค้าโอท็อปกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีการผลิต และระบบโลจิสติกส์มาเผยแพร่เพื่อช่วยลดต้นทุน จะเสนอให้มีการจัดทำทะเบียนเกษตรกรอย่างจริงจัง เพื่อสำรวจรายได้ และส่งเสริมการทำเกษตรเสริม ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม เกษตรฯ วิทยาศาสตร์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะทำการจับคู่ธุรกิจ โดยให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมมีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น เพื่อหมุนเวียนรายได้ และสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น







