
ชิงเค้กเครื่องดื่ม4หมื่นล้าน
รับตลาดเวียดนามขยายตัวแรงปีละ22%รัฐชี้ช่องเอกชนส่งออกเครื่องดื่มสุขภาพ
รับตลาดเวียดนามขยายตัวแรงปีละ22%รัฐชี้ช่องเอกชนส่งออกเครื่องดื่มสุขภาพ
เครื่องดื่มสุขภาพเวียดนามโตพุ่ง 22% สถาบันอาหารแนะเอสเอ็มอีไทยชิงเค้ก 4 หมื่นล้าน
ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร สถาบันอาหาร เปิดเผยรายงานพฤติกรรมผู้บริโภคเออีซี เรื่องตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนาม พบว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของเวียดนามกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยปีละ 22.53% ในปี 25522556 ส่งผลให้ปี 2556 มีมูลค่าถึง 31.15 ล้านล้านดอง หรือประมาณ 4.74 หมื่นล้านบาท
การเติบโตดังกล่าวมีสาเหตุจากพฤติกรรมการบริโภคของชาวเวียดนามเปลี่ยนไปหันมาบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของเศรษฐกิจสู่ชีวิตที่รีบเร่งมากขึ้น ต้องการความสะดวกสบาย รวมถึงการใส่ใจดูแลสุขภาพ
ทั้งนี้ ตลาดชาพร้อมดื่มถือเป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุดตลาดหนึ่ง โดยมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยปีละ 27.68% ปี 2556 มีมูลค่า 14.82 ล้านล้านดอง หรือประมาณ 2.26 หมื่นล้านบาท มีปริมาณการบริโภคสูงถึง 1,155 ล้านลิตร โดยสินค้าชาเขียวครองส่วนแบ่งในตลาดดังกล่าวสูงถึง 77% รองลงมาคือ ชาสมุนไพร 15.5%
ขณะที่ตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยปีละ 35.44% ปี 2556 มีมูลค่า 3.27 ล้านล้านดอง หรือ 4,980 ล้านบาท ปริมาณการบริโภค 153.4 ล้านลิตร โดยได้รับความนิยมจากวัยรุ่นในเขตเมือง กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ น้ำผักและผลไม้ความเข้มข้นไม่เกิน 24% มีปริมาณการบริโภคถึง 111 ล้านลิตร รสชาติที่บริโภคมากที่สุดคือ น้ำส้ม
สำหรับตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยปีละ 21.32% ปี 2556 มีมูลค่า 1.35 ล้านล้านดอง หรือ 2,057 ล้านบาท ปริมาณการบริโภค 73.3 ล้านลิตร แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ความหวานของเครื่องดื่มถือเป็นปัจจัยสำคัญให้ตลาดดังกล่าวได้รับความนิยมน้อยกว่าเครื่องดื่มประเภทอื่น
รายงานระบุว่า ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ควรส่งสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปเจาะตลาดเวียดนามให้มากขึ้น เนื่องจากตลาดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและผู้ประกอบการไทยก็เชี่ยวชาญตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากกว่าอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากในตลาดเวียดนาม รวมถึงเน้นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีลักษณะเรียบง่ายแต่ทันสมัย มุ่งเน้นการโชว์โลโก้แบรนด์ หาตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพในการกระจายสินค้าเข้าสู่ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด พร้อมให้ความรู้ผู้บริโภคถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าดังกล่าวผ่านสื่อต่างๆ







