posttoday
ราคาใช้สิทธิ-พรีเมียมของ Options

ราคาใช้สิทธิ-พรีเมียมของ Options

24 ตุลาคม 2557

การซื้อขาย Options จะมีเรื่องของราคาเข้ามาเกี่ยวข้องในหลายๆ ด้าน ซึ่งผู้ลงทุนที่ไม่คุ้นเคยอาจรู้สึกสับสนว่าราคาต่างๆ คืออะไรและสัมพันธ์กันหรือไม่ คอลัมน์นัดพบ TFEX ในสัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเรื่องของราคาใช้สิทธิและราคาพรีเมียมของ Options ที่ผู้ลงทุนควรเข้าใจหลักการก่อนเข้ามาซื้อขาย Options กันนะครับ

การซื้อขาย Options จะมีเรื่องของราคาเข้ามาเกี่ยวข้องในหลายๆ ด้าน ซึ่งผู้ลงทุนที่ไม่คุ้นเคยอาจรู้สึกสับสนว่าราคาต่างๆ คืออะไรและสัมพันธ์กันหรือไม่ คอลัมน์นัดพบ TFEX ในสัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเรื่องของราคาใช้สิทธิและราคาพรีเมียมของ Options ที่ผู้ลงทุนควรเข้าใจหลักการก่อนเข้ามาซื้อขาย Options กันนะครับ

คอลออปชั่น (Call Options) คือ สิทธิซื้อสินค้าอ้างอิงในอนาคตตามราคาที่ระบุไว้ ในขณะที่พุทออปชั่น (Put Options) คือสิทธิขายสินค้าอ้างอิงในอนาคตตามราคาที่ระบุ ทั้งคอลและพุทออปชั่นจะกำหนดไว้ชัดเจนว่า ราคาสินค้าที่ผู้ถือออปชั่นสามารถใช้สิทธิซื้อหรือขายนี้เป็นราคาเท่าไร เราเรียกราคานี้ว่า “ราคาใช้สิทธิ”

ราคาใช้สิทธิของออปชั่นแต่ละ Series จะถูกระบุไว้ท้ายชื่อสัญลักษณ์ของการซื้อขาย ตัวอย่างเช่น S50Z14C1050 ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนทราบทันทีว่า เป็นสัญญา Call Options เดือน ธ.ค. 2014ที่มีราคาใช้สิทธิเพื่อซื้อดัชนี SET50 ที่ระดับ 1,050 จุด ในขณะที่ S50Z14C1000 เป็น Call Options เดือน ธ.ค.เช่นเดียวกัน แต่มีราคาใช้สิทธิที่ 1,000 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าออปชั่นตัวแรกออปชั่นตัวนี้ จึงมีมูลค่าสูงกว่าตัวแรก โดยสะท้อนในราคาออปชั่นที่เรียกว่าค่าพรีเมียมที่สูงกว่าออปชั่นตัวแรก

เรามาลองตัวอย่างการซื้อขายจริงกันนะครับ ปัจจุบันดัชนี SET50 อยู่ประมาณ 1,016 จุด โดยผู้ลงทุนสนใจที่จะซื้อ Call Options เพื่อทำกำไรหากดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. โดยในตลาด TFEX มี Call Option ที่สิ้นสุดอายุเดือน ธ.ค. ให้เลือกซื้อขายหลายระดับราคาใช้สิทธิ

จากรูปแถวตรงกลางคือ ราคาใช้สิทธิข้อมูลทางด้านซ้ายของราคาใช้สิทธิคือ ข้อมูลของ Call Options ขณะที่ข้อมูลทางด้านขวาของราคาใช้สิทธิของข้อมูลของ Put Options

จะเห็นว่าคอลออปชั่นที่ราคาใช้สิทธิ 1,025 จุด มีการเสนอซื้อที่ 17.9 จุด และเสนอขายที่ 18.3 จุด ซึ่งสูงกว่าค่าพรีเมียมของ Call Options ที่มีราคาใช้สิทธิซื้อ ณ 10-50 จุด ซึ่งมีราคาเสนอซื้อและเสนอขายที่ 8.0 จุด และ 8.8 จุดตามลำดับ จะเห็นได้ว่า หากเปรียบเทียบคอลออปชั่นที่มีอายุเท่ากันแต่ราคาสิทธิแตกต่างกัน พบว่าคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิที่ระดับต่ำจะมีราคาพรีเมียมมากกว่าคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิสูงๆ เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้ใช้สิทธิซื้อได้สูงกว่า จึงทำให้ผู้ลงทุนยอมจ่ายค่าพรีเมียมแพงกว่าคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิสูง

ส่วนค่าพรีเมียมของสิทธิในการขาย หรือ Put Options จะมีลักษณะตรงกันข้ามกับราคาใช้สิทธิ เนื่องจากการถือสิทธิที่จะขายดัชนี SET50 ที่ราคาใช้สิทธิสูงก็จะมีโอกาสทำกำไรได้มาก ดังนั้น Put Options Series ดังกล่าวจึงดูน่าสนใจและมีราคาพรีเมียมสูงกว่า Put Options ที่มีราคาใช้สิทธิระดับต่ำๆ

จะเห็นได้ว่าราคาใช้สิทธิและค่าพรีเมียมของออปชั่นมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ผู้ลงทุนไม่สามารถพิจารณาเฉพาะราคาประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อขายในครั้งต่อไปๆ คอลัมน์นัดพบ TFEX จะนำเสนอแนวทางในการวัดราคาของออปชั่นแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ในการเปรียบเทียบราคาออปชั่นหลายๆ Series ไว้ลองใช้งานกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ