
SME มอนิเตอร์
ไทเป – เว็บไซต์ไทเป ไทมส์ สื่อของไต้หวัน รายงานว่า กระทรวงกิจการทางเศรษฐกิจของไต้หวัน ระบุว่า การเสนอให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ท้องถิ่นได้รับการลดหย่อนภาษี เพื่อแลกกับการที่ให้รายย่อยเหล่านี้เพิ่มเงินเดือนให้กับลูกจ้าง จะทำให้รายได้ทางภาษีของรัฐบาลปรับตัวลดลงอย่างน้อยปีละ 46 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 49 ล้านบาท) โดยจำนวนดังกล่าวอ้างอิงจากการเพิ่มค่าจ้างให้กับลูกจ้าง 130% ในขณะที่ถ้าเพิ่มค่าจ้างให้ลูกจ้างเป็น 2 เท่า จะทำให้รายได้ทางภาษีของรัฐบาลปรับลดลงถึง 1,540 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 1,635 ล้านบาท) ทั้งนี้เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้เอสเอ็มอีเพิ่มค่าจ้างให้กับลูกจ้าง
ไทเป – เว็บไซต์ไทเป ไทมส์ สื่อของไต้หวัน รายงานว่า กระทรวงกิจการทางเศรษฐกิจของไต้หวัน ระบุว่า การเสนอให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ท้องถิ่นได้รับการลดหย่อนภาษี เพื่อแลกกับการที่ให้รายย่อยเหล่านี้เพิ่มเงินเดือนให้กับลูกจ้าง จะทำให้รายได้ทางภาษีของรัฐบาลปรับตัวลดลงอย่างน้อยปีละ 46 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 49 ล้านบาท) โดยจำนวนดังกล่าวอ้างอิงจากการเพิ่มค่าจ้างให้กับลูกจ้าง 130% ในขณะที่ถ้าเพิ่มค่าจ้างให้ลูกจ้างเป็น 2 เท่า จะทำให้รายได้ทางภาษีของรัฐบาลปรับลดลงถึง 1,540 ล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 1,635 ล้านบาท) ทั้งนี้เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้เอสเอ็มอีเพิ่มค่าจ้างให้กับลูกจ้าง
อังกฤษ – ผลการศึกษาของศูนย์วิจัยและปฏิบัติการอาร์เอสเอ ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า 55% ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในอังกฤษ จะต้องปิดกิจการลงภายใน 5 ปี ซึ่งระดับอัตราการอยู่รอดถือว่าต่ำกว่าก่อนเกิดวิกฤตการเงินปี 2008 ทั้งนี้ภาคการก่อสร้างเป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีอัตราการอยู่รอดของธุรกิจเพียง 44% เท่านั้น นอกจากปัจจัยการอยู่รอดของธุรกิจแล้ว ภาคเอสเอ็มอียังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักในปัจจุบัน อันเป็นอุปสรรคสำคัญในการเติบโตของเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตามธุรกิจเอสเอ็มอีต้องการให้ภาครัฐดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อของธนาคารให้มากขึ้น ตามมาด้วยการปรับลดภาษีการจ้างงานและภาษีธุรกิจ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านราคาพลังงานด้วย
ละฮอร์ – มูฮัมหมัด อลัมกีร์ ชอดรี ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) ขององค์การเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอีดีเอ) ของปากีสถาน เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของธุรกิจรายย่อยในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของปากีสถาน จึงได้นำเอาโครงการสนับสนุนเอสเอ็มอีปี 2013-2018 ที่พัฒนาโดยเอสเอ็มอีดีเอ ไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายวิสัยทัศน์รัฐบาล 2025 ซึ่งในขณะนี้ทางองค์กรได้เริ่มดำเนินการตามแผนการประจำงบประมาณปี 20142015 แล้ว และได้ปรับแผนการให้สอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาล นอกจากนี้ ชอดรี กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นโครงการในปี 2018 จะมีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นถึง 10 ล้านตำแหน่ง พร้อมกับมีเอสเอ็มอีเกิดใหม่กว่า 2.7 แสนราย และจะช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศกว่า 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว n







