
กสอ.หนุนดิจิทัลเอสเอ็มอี
ตั้งงบ100ล้านเสริมระบบไอทีรายย่อยเพิ่มช่องทางโอท็อปขายออนไลน์
ตั้งงบ100ล้านเสริมระบบไอทีรายย่อยเพิ่มช่องทางโอท็อปขายออนไลน์
กสอ.วางงบ 100 ล้านบาท เร่งดันเอสเอ็มอีไทยสู่ดิจิทัล เอสเอ็มอี ขายสินค้าได้ทั่วโลก
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาห กรรมว่า ได้วางแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เข้าสู่ “ดิจิทัล เอสเอ็มอี” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกับรัฐบาลที่ผลักดันประเทศเข้าสู่ดิจิทัล อีโคโนมี โดยเตรียมใช้งบ 100.45 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มุ่งสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัล ใช้ไอทีมากขึ้น และสร้างโอท็อปดิจิทัล เพื่อทำให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้ประกอบการได้ทั่วโลก เพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน
ทั้งนี้ การส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะมุ่งใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.สร้างผู้ประกอบการใหม่ด้านดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการธุรกิจไอที คาดว่าจะสร้างผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ให้ได้ 1,500 คน 2.เอสเอ็มอีอัจฉริยะ โดยนำไอทีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตของธุรกิจ ด้วยระบบ ERP การบริหารสต็อก คาดว่าจะเข้าถึงได้ผู้ประกอบการได้ 480 กิจการ
3.ดิจิทัลเพื่อวิสาหกิจชุมชน หรือโอท็อป เพื่อให้โอท็อปสามารถทำตลาดด้วยสื่อดิจิทัลและออนไลน์ คาดว่าจะเข้าไปพัฒนาผู้ประกอบการโอท็อปได้ประมาณ 70 ผลิตภัณฑ์ 4.การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ดิจิทัล เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ความรู้ด้านไอที และ 5.การพัฒนาที่ปรึกษาธุรกิจโลกไซเบอร์ ที่จะอบรมกลุ่มที่ปรึกษาธุรกิจจำนวน 60 คน ให้มีความเชี่ยวชาญการดำเนินธุรกิจออนไลน์ พร้อมให้คำปรึกษาแก่เอสเอ็มอี
สำหรับการพัฒนาดิจิทัล เอสเอ็มอี คาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 15% และลดต้นทุนการผลิตสินค้าได้รวดเร็ว สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น รองรับการเปิดตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะขณะนี้การแข่งขันทำธุรกิจในตลาดโลกมีความรุนแรงอย่างมาก
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2558 กสอ.ได้รับงบรวม 1,266 ล้านบาท แบ่งเป็นงบบริหาร 459 ล้านบาท และงบปฏิบัติการที่ใช้ในการส่งเสริมเอสเอ็มอีและโอท็อป รวม 807 ล้านบาท ซึ่งในงบส่งเสริมผู้ประกอบการจะแบ่งโครงการดำเนินการเป็นการเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมเข้าสู่เออีซี 160 ล้านบาท การพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย 164 ล้านบาท การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร 44 ล้านบาท การพัฒนาโอท็อป 110 ล้านบาท การเพิ่มผลิตภาพเอสเอ็มอี 266 ล้านบาท การส่งเสริมอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 28 ล้านบาท และการพัฒนาด้านต่างๆ 35 ล้านบาท







