posttoday
สั่งลอยตัวแอลพีจีขั้นบันได

สั่งลอยตัวแอลพีจีขั้นบันได

23 ตุลาคม 2557

ประยุทธ์ชี้ต้องให้ราคาสะท้อนต้นทุนแท้จริงกพช.เคาะซื้อไฟฟ้าแสงอาทิตย์3พันเมกฯ

ประยุทธ์ชี้ต้องให้ราคาสะท้อนต้นทุนแท้จริงกพช.เคาะซื้อไฟฟ้าแสงอาทิตย์3พันเมกฯ

ประยุทธ์ลั่นทยอยลอยตัวแอลพีจีแบบขั้นบันได ชี้ถึงเวลาต้องยอมรับ ไม่เช่นนั้นประเทศเดินหน้าไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้รายงานให้ กพช.รับทราบเกี่ยวกับทิศทางและโครงสร้างราคาพลังงานต่างๆ ที่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จะต้องทยอยปรับขึ้นไปตามขั้นบันไดเพื่อให้ไปสู่ราคาที่แท้จริง ขณะที่การจัดพลังงานทดแทนอื่นๆ ในอนาคตจะต้องมีความชัดเจน ทั้งในส่วนพลังงานที่ผลิตได้เองและพลังงานที่ต้องนำเข้า อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากขยะจะต้องสอดรับกับนโยบายการกำจัดขยะของรัฐบาล

“ราคาแอลพีจีต้องทยอยขึ้นไปตามขั้นบันไดจนไปเจอราคาที่แท้จริง ไม่อย่างนั้นจะบิดเบือนราคากลไกของน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด ซึ่งขอให้ยอมรับกันบ้าง ไม่อย่างนั้นมันจะเสียหาย เพราะวันหน้าไปไม่ได้และถ้าวันนี้รัฐบาลยังดูแลไปเรื่อยๆ อุดหนุนกันหมด วันข้างหน้าประเทศจะเดินหน้าไม่ได้เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพลังงานเป็นหน้าที่ของ รมว.พลังงาน ที่ต้องไปพูดคุยกันและอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ทั้งจากขยะและพืชพลังงาน เพื่อที่จะลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ หากมีการลอยตัวแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะทำให้ราคาเพิ่มจาก 22.63 บาท/กิโลกรัม เป็น 27.85 บาท/กิโลกรัม ซึ่งหากมีการปรับราคาแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนจะทำให้ก๊าซแอลพีจีขนาดถัง 15 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 78.5 บาท/ถัง จากปัจจุบัน 300 บาท/ถัง

ด้าน นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน กล่าวว่า กพช.รับทราบในหลักการอัตราเงินสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามต้นทุนที่แท้จริง หรือ FIT (Feed In Tariff) ที่จะประกาศใช้แทนระบบการให้เงินส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า หรือ Adder แต่เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการตัดสินใจการลงทุน จึงให้กระทรวงพลังงานทบทวนแนวทางการดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบ Addder เป็น FIT หลังจากนั้นให้เสนอกลับมายังที่ประชุม กพช. พิจารณาในครั้งต่อไป

สำหรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ FIT ที่ได้เสนอในครั้งนี้ ประกอบด้วย กรณีผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่มีขนาดน้อยกว่า 10 เมกะวัตต์ มีระยะเวลาการสนับสนุน 20 ปี แบ่งตามขนาดและประเภทเชื้อเพลิง ได้แก่ พลังงานลม อัตรา 6.06 บาท/หน่วย พลังน้ำขนาดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ อัตรา 4.90 บาท/หน่วย ไฟฟ้าชีวมวล เช่น เศษไม้ ซังข้าวโพด ขนาดไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ อัตรา 5.27 บาท/หน่วย ถ้าขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ อัตรา 4.54 บาท/หน่วย และขนาดเกิน 3 เมกะวัตต์ อัตรา 5.02 บาท/หน่วย

“อัตราค่าไฟฟ้าใหม่จะทำให้โรงไฟฟ้าขยะได้แรงจูงใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีค่าไฟฟ้าในอัตราพิเศษกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ โดยบวกเพิ่มอีก 1030 สตางค์/หน่วย ใน 8 ปีแรก” นายณรงค์ชัย กล่าว

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กพช.ยังมีมติเห็นชอบการขยายการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) จากเป้าหมายเดิม 2,000 เมกะวัตต์ เป็น 3,000 เมกะวัตต์ โดยกรณีของโครงการผลิตไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ขณะนี้ได้แก้ไขร่างกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งอาจทำให้โครงการที่ได้อนุมัติไปแล้ว 130.64 เมกะวัตต์ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไม่ทันตามที่กำหนดไว้ภายในเดือน ธ.ค. 2557 กพช. จึงเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาไปถึงเดือน มิ.ย. 2558

กพช.ยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการปฏิรูปทิศทางพลังงานไทย ทั้งการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย การจัดทำแผนอนุรักษ์พลังงาน คาดว่าจะเสนอ กพช ในเดือน ธ.ค.2557

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค