
แห่รับคนตามทวงหนี้
หลังปีนี้ธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า20%คาดมีบริษัทติดตามเงินผุดขึ้น2พันแห่ง
หลังปีนี้ธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า20%คาดมีบริษัทติดตามเงินผุดขึ้น2พันแห่ง
ธุรกิจติดตามหนี้คึกคัก โตสวนกระแสเศรษฐกิจ แห่รับพนักงานเพิ่ม 30%
นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรมและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฎฐ์ คอลเลคชั่น แมนเนจเมนท์ เปิดเผยว่า ในปีนี้ธุรกิจการติดตามหนี้มีการขยายตัว 15-20% ทำให้ธุรกิจการติดตามหนี้ยังมีความต้องการที่จะรับพนักงานเพิ่มขึ้น เพื่อทำหน้าที่ติดตามหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัท เชฎฐ์ คอลเลคชั่น แมนเนจเมนท์ ในปีนี้และปีหน้ามีแผนที่จะรับพนักงานเพิ่มขึ้น 100-200 คน หรือรับเพิ่มขึ้น 20-30% จากปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 600 คน
ทั้งนี้ พนักงาน 1 คน จะถูกมอบหมายให้ดูแลพอร์ตลูกหนี้ประมาณ 500 คน โดยใช้ระยะเวลาการติดตามลูกหนี้ประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นถ้าไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ได้ ก็จะโอนย้ายพอร์ตไปให้ทีมอื่นติดตามทวงหนี้ต่อไป ขณะเดียวกันก่อนที่พนักงานจะเริ่มงานติดตามทวงหนี้ได้ จะต้องได้รับการฝึกอบรมจากบริษัทเกี่ยวกับการติดตามหนี้ที่ถูกต้องและสุภาพ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย หรือมีการทำผิดกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นายประชา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถรวบรวมตัวเลขได้ชัดเจนว่ามีบริษัทรับติดตามหนี้จำนวนมากน้อยเพียงไร แต่คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะตั้งเป็นสำนักงานทนายความ อย่างไรก็ตาม หลังจาก พ.ร.บ.ทวงหนี้ออกบังคับใช้ อาจจะมีการขึ้นทะเบียนบริษัทติดตามหนี้ ทำให้ทราบข้อมูลที่แท้จริงได้
สำหรับชมรมผู้ติดตามทวงหนี้ที่เป็นธรรม ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 2030 บริษัท มีพอร์ตการติดตามทวงหนี้ประมาณ 80% ของยอดหนี้ทั้งหมดของสถาบันการเงิน
ด้าน บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส ผู้ประกอบธุรกิจการติดตามทวงหนี้ ได้ประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถามหนี้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดประมาณ 200 คน เงินเดือนเริ่มต้น 1.1 หมื่นบาท และคอมมิชชั่น 5,000-2 หมื่นบาท
รายงานข่าวจาก ธปท. ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) จำนวน 35 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีบริษัทเอเอ็มซี 28 แห่ง และในปี 2555 มีบริษัทเอเอ็มซี 21 แห่ง







