
ขีดแข่งขันอัญมณีไทย (2)
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเล่าเรื่องดัชนีชี้วัดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมอัญมณีของเราไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อเรื่องตำแหน่งของเราในแต่ละตลาดกันครับ
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเล่าเรื่องดัชนีชี้วัดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมอัญมณีของเราไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อเรื่องตำแหน่งของเราในแต่ละตลาดกันครับ
แม้เราจะขึ้นชื่อว่ามียอดส่งออกสู่ตลาดโลก 6,509 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับ 15 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ในรายตลาดนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นอันดับต้นๆ เสมอไป
เช่น ตลาดอาเซียนเอง เรามียอดส่งออกสู่อาเซียนเป็นอันดับ 8 ของโลก เป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซียสำหรับตลาดสหรัฐ ผู้นำเข้าอัญมณีรายใหญ่ของเรา เราก็ยังมียอดส่งออกเป็นอันดับที่ 8 มีส่วนแบ่งแค่ 2.96% ห่างจากอันดับ 1 ในตลาดสหรัฐอย่างอิสราเอล ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 19.93%
ขณะที่ตลาดอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป เราส่งออกเป็นอันดับที่ 17ตลาดญี่ปุ่นอันดับที่ 9 ตลาดอินเดียอันดับ 13 ตลาดออสเตรเลียอันดับ 4
ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ “ตลาดจีน” เราส่งออกไปเป็นอันดับ 125ของโลก และอันดับ 9 ของอาเซียน
ประเทศในอาเซียนที่จีนนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมากที่สุด คือ อินโดนีเซียครับ อินโดนีเซียสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในจีนได้เป็นอันดับ 4 ของโลก ช่วงปี 25502555 อินโดนีเซียส่งอัญมณีเข้าไปในจีนมูลค่ารวมกันกว่า 4,631 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยบรูไนเป็นอันดับ27 ส่งเข้าไปช่วงเดียวกัน 128 ล้านเหรียญสหรัฐ และสิงคโปร์ในอันดับ50 ส่งเข้าไป 4 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผมย้ำอีกครั้งว่า เราแทบจะไม่มีส่วนแบ่งในตลาดจีนเลย และตกอยู่ในอันดับ 125 ทั้งที่จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของอาเซียน และคู่ค้าสำคัญในหลายอุตสาหกรรมกับเรา
ย้อนรอยไปตั้งแต่ในอดีต เราเคยมีปัญหาในการส่งสินค้าเข้าจีน เนื่องจากจีนกำหนดว่าสินค้าที่ส่งไปจะได้สิทธิประโยชน์ ต่อเมื่อสินค้านั้นมีแหล่งกำเนิดวัตถุดิบจากไทยไม่ต่ำกว่า 40%
มาถึงวันนี้ ผมคิดว่าเรายังมีหลายปัญหาที่ทำให้เจาะเข้าจีนไม่ค่อยได้ เช่น สินค้าของเราส่วนใหญ่เป็นสินค้า HiEnd ขณะที่ตลาดในจีนอาจจะมีความต้องการหลากหลาย นอกจากนี้ประเภทอัญมณีของเราอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของชาวจีน อัญมณีบางชนิดเขาอาจผลิตหรือนำเข้าจากประเทศอื่นได้ ที่สำคัญคือ เราไม่ได้สนใจตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีนเท่าที่ควร
ช่วงเวลาก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน น่าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องหันมาใส่ใจตลาดใกล้ตัวอย่างจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของอาเซียนให้มากขึ้น
วิธีการคือ 1.สำรวจความต้องการของผู้บริโภคในตลาดจีนกันใหม่ ว่ามีความต้องการสินค้าประเภทใด ระดับใด ราคาเท่าไร 2.สำรวจคู่แข่งที่เข้าไปทำตลาดจีน ว่าส่งสินค้าประเภทใดเข้าไปเป็นหลัก เหตุใดจึงเข้าไปเจาะตลาดจีนได้ดี 3.ปรับไปสู่ภาคที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ลืมว่าหากต้องการขยายตลาด อาจต้องลงมาเจาะกลุ่ม MiddleEnd ด้วย
นอกจากนี้ เราอาจต้องดูโครงสร้างการสนับสนุนและช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐแต่ละประเทศในอาเซียน แล้วนำมาปรับใช้กับเราบ้าง เช่น สิงคโปร์ มีหน่วยงานชื่อ Spring Singapore คอยสนับสนุนเอสเอ็มอีร่วมกับสมาคมอัญมณี ของไทยเราอาจจะมีสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติดูแลเรื่องการออกแบบแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณโดยตรง ก็อาจต้องมีหน่วยงานเข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้
จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก เราต้องรีบปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้ครับ n
ขีดแข่งขัน
อัญมณีไทย (2)หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเล่าเรื่องดัชนีชี้วัดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมอัญมณีของเราไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อเรื่องตำแหน่งของเราในแต่ละตลาดกันครับ
แม้เราจะขึ้นชื่อว่ามียอดส่งออกสู่ตลาดโลก 6,509 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับ 15 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน แต่ในรายตลาดนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นอันดับต้นๆ เสมอไป
เช่น ตลาดอาเซียนเอง เรามียอดส่งออกสู่อาเซียนเป็นอันดับ 8 ของโลก เป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซียสำหรับตลาดสหรัฐ ผู้นำเข้าอัญมณีรายใหญ่ของเรา เราก็ยังมียอดส่งออกเป็นอันดับที่ 8 มีส่วนแบ่งแค่ 2.96% ห่างจากอันดับ 1 ในตลาดสหรัฐอย่างอิสราเอล ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 19.93%
ขณะที่ตลาดอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป เราส่งออกเป็นอันดับที่ 17ตลาดญี่ปุ่นอันดับที่ 9 ตลาดอินเดียอันดับ 13 ตลาดออสเตรเลียอันดับ 4
ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ “ตลาดจีน” เราส่งออกไปเป็นอันดับ 125ของโลก และอันดับ 9 ของอาเซียน
ประเทศในอาเซียนที่จีนนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมากที่สุด คือ อินโดนีเซียครับ อินโดนีเซียสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในจีนได้เป็นอันดับ 4 ของโลก ช่วงปี 25502555 อินโดนีเซียส่งอัญมณีเข้าไปในจีนมูลค่ารวมกันกว่า 4,631 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยบรูไนเป็นอันดับ27 ส่งเข้าไปช่วงเดียวกัน 128 ล้านเหรียญสหรัฐ และสิงคโปร์ในอันดับ50 ส่งเข้าไป 4 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผมย้ำอีกครั้งว่า เราแทบจะไม่มีส่วนแบ่งในตลาดจีนเลย และตกอยู่ในอันดับ 125 ทั้งที่จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของอาเซียน และคู่ค้าสำคัญในหลายอุตสาหกรรมกับเรา
ย้อนรอยไปตั้งแต่ในอดีต เราเคยมีปัญหาในการส่งสินค้าเข้าจีน เนื่องจากจีนกำหนดว่าสินค้าที่ส่งไปจะได้สิทธิประโยชน์ ต่อเมื่อสินค้านั้นมีแหล่งกำเนิดวัตถุดิบจากไทยไม่ต่ำกว่า 40%
มาถึงวันนี้ ผมคิดว่าเรายังมีหลายปัญหาที่ทำให้เจาะเข้าจีนไม่ค่อยได้ เช่น สินค้าของเราส่วนใหญ่เป็นสินค้า HiEnd ขณะที่ตลาดในจีนอาจจะมีความต้องการหลากหลาย นอกจากนี้ประเภทอัญมณีของเราอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของชาวจีน อัญมณีบางชนิดเขาอาจผลิตหรือนำเข้าจากประเทศอื่นได้ ที่สำคัญคือ เราไม่ได้สนใจตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีนเท่าที่ควร
ช่วงเวลาก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน น่าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องหันมาใส่ใจตลาดใกล้ตัวอย่างจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของอาเซียนให้มากขึ้น
วิธีการคือ 1.สำรวจความต้องการของผู้บริโภคในตลาดจีนกันใหม่ ว่ามีความต้องการสินค้าประเภทใด ระดับใด ราคาเท่าไร 2.สำรวจคู่แข่งที่เข้าไปทำตลาดจีน ว่าส่งสินค้าประเภทใดเข้าไปเป็นหลัก เหตุใดจึงเข้าไปเจาะตลาดจีนได้ดี 3.ปรับไปสู่ภาคที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ลืมว่าหากต้องการขยายตลาด อาจต้องลงมาเจาะกลุ่ม MiddleEnd ด้วย
นอกจากนี้ เราอาจต้องดูโครงสร้างการสนับสนุนและช่วยเหลือของหน่วยงานภาครัฐแต่ละประเทศในอาเซียน แล้วนำมาปรับใช้กับเราบ้าง เช่น สิงคโปร์ มีหน่วยงานชื่อ Spring Singapore คอยสนับสนุนเอสเอ็มอีร่วมกับสมาคมอัญมณี ของไทยเราอาจจะมีสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติดูแลเรื่องการออกแบบแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณโดยตรง ก็อาจต้องมีหน่วยงานเข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้
จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก เราต้องรีบปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้ครับ







