
แผนเวียดนาม
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมสรุปยุทธศาสตร์ข้าวไทยระยะ 5 ปี หรือปี 2558-2562 เสนอรัฐบาล โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับข้าวไทย ตลอดจนทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวและชี้นำราคาข้าวโลก ซึ่งจะทำให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในที่สุด
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมสรุปยุทธศาสตร์ข้าวไทยระยะ 5 ปี หรือปี 2558-2562 เสนอรัฐบาล โดยตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับข้าวไทย ตลอดจนทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวและชี้นำราคาข้าวโลก ซึ่งจะทำให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในที่สุด
เวียดนามซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก รองจากไทยและอินเดีย ได้จัดทำยุทธศาสตร์ข้าวเช่นกัน โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2563 เวียดนามจะลดพื้นที่ปลูกข้าวลงจาก 7.8 ล้านเฮกตาร์ หรือ 48.75 ล้านไร่ ลงเหลือ 7 ล้านเฮกตาร์ หรือ 43.75 ล้านไร่
พร้อมทั้งมีเป้าหมายผลักดันราคาข้าวขาวเมล็ดยาวให้อยู่ที่ระดับ 600 เหรียญสหรัฐ/ตัน และข้าวหอมมะลิให้มีราคา 800 เหรียญสหรัฐ/ตัน ที่สำคัญจะทำให้การปลูกข้าวในพื้นที่ 1 เฮกตาร์ (6.25 ไร่) สร้างรายได้ 4,640-5,568 เหรียญสหรัฐ/ปี หรือคิดเป็นในรูปเงินบาทต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะอยู่ที่ 2.37-2.85 หมื่นบาท/ไร่
สำหรับในด้านการตลาดนั้น เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะขยายตลาดส่งออกข้าวเพิ่มจากปัจจุบัน โดยเน้นที่ตลาดแอฟริกาเหนือและเอเชียตะวันออก โดยกำหนดให้พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นแหล่งผลิตข้าวเพื่อส่งออกโดยเฉพาะ ส่วนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียดนาม จะเป็นการผลิตข้าวเพื่อการบริโภคภายในประเทศ
ทั้งนี้ มีเสียงท้วงติงจากผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวว่า การผลักดันยุทธศาสตร์ข้าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้นไม่ง่าย เช่น การกำหนดเป้าหมายราคาข้าวไว้สูงเกินความเป็นจริง ในขณะที่ราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ส่วนการลดพื้นที่ปลูกข้าวที่ทำได้ยาก เพราะหากข้าวมีราคาดีขึ้นจะเป็นการจูงใจให้ชาวนาปลูกข้าวเพิ่มขึ้น
สถิติการส่งออกล่าสุด ตั้งแต่เดือน ม.ค.16 ต.ค. 2557 เวียดนามส่งออกข้าวได้ 5.76 ล้านตัน ลดลง 14% เทียบกับปีก่อน โดยราคาขายข้าวเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ 433 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 3 เหรียญสหรัฐ/ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ วันที่ 20 ต.ค. ราคาข้าวขาว 5% ของเวียดนาม ซื้อขายที่ราคา 430-440 เหรียญสหรัฐ/ตัน และข้าวหอมมะลิราคาซื้อขายอยู่ที่ 575-585 เหรียญสหรัฐ/ตัน







