
ซีไอเอ็มบีรุกค่าฟีหนีสินเชื่อทรุดตัว
ซีไอเอ็มบี ไทย ทำใจสินเชื่อฟื้นยาก เบนเข็มเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นเท่าตัวใน 3 ปื
ซีไอเอ็มบี ไทย ทำใจสินเชื่อฟื้นยาก เบนเข็มเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นเท่าตัวใน 3 ปื
นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์สินเชื่อที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ธนาคารจะหันมามุ่งสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมให้มากขึ้นแทน โดยตั้งเป้าขยับขึ้นจาก 20% ในปัจจุบันเป็น 40% ของรายได้รวมภายใน 2–3 ปี โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เช่น ธุรกรรมบริหารเงินสดและกลุ่มรายย่อยจากธุรกิจประกันหรือกองทุนรวม เป็นต้น
นอกจากนี้ ธนาคารจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายให้ลดลงอีกทางหนึ่ง โดยลดต้นทุนด้านสาขาที่จะปรับปรุงและควบรวมสาขาขนาดเล็กบางแห่ง ให้ใช้บริการในสาขาใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนการเปิดสาขาใหม่นั้นจะเลือกทำเลที่มีผู้ใช้บริการมาก ขณะเดียวกันก็จะเร่งพัฒนาบริการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วย
ทั้งนี้ ซีไอเอ็มบีไทย ยอมรับว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในปี 2557 นี้ คงเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15% หลังจากผ่าน 9 เดือนแรก สินเชื่อสามารถเติบโตได้เพียง 6.9% จากสิ้นปี 2556 ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะพยายามผลักดันให้สินเชื่อขยับไปถึง 10% ซึ่งดูจากสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการก็ยังน่าจะไปต่อได้ โดยเฉพาะสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อบ้านที่ยังเติบโตได้ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีแผ่วลงบ้าง เนื่องจากลูกค้าเริ่มสถานการณ์ดีขึ้น จึงมีทางเลือกมากขึ้นและมีการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารอื่นเพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยถูกลง
นายณรงค์ชัย ยอมรับว่า ปีหน้าต้องมีการปรับแผนธุรกิจ โดยไม่เน้นการเติบโตสินเชื่อสูงๆ เพราะสินเชื่อเติบโตมากก็มีความเสี่ยงคุณภาพหนี้และเงินกองทุนเช่นกัน ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจปีหน้าแม้จะเติบโตมากกว่าปีนี้แต่มาจากฐานต่ำ ขณะที่ภาคเศรษฐกิจจริงยังไม่ชัดเจนมีปัจจัยเสี่ยงทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การส่งออกฟื้นตัวช้า
“ปีนี้เราตั้งเป้าสินเชื่อไว้ 15% แต่ปีหน้าคงตั้งเป้าน้อยกว่าปีนี้ ให้สอดคล้องกับมุมมองเศรษฐกิจปีหน้าที่ถึงแม้สถานการณ์ต่างๆ จะนิ่ง แต่การขับเคลื่อนยังไม่เป็นรูปธรรม แม้แต่การลงทุนภาครัฐก็ยังมีกระบวนการอีกมาก ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ มีผลต่อรายได้เกษตรกร และหนี้ครัวเรือนที่สูงที่กดดันแนวโน้มการบริโภคอยู่” นายณรงค์ชัย กล่าว
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งขึ้นมาที่ 3.3% หลังจบ 9 เดือนแรกนั้น จะพยายามบริหารให้เหลือ 3% ในสิ้นปีตามเป้า และในระยะยาวมีแนวคิดจะขายเอ็นพีแอลอีกครั้ง หลังจากเคยขายไป 2 ครั้ง เมื่อปี 2553 และ 2555 ในหลักพันล้านบาท ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาความคุ้มค่า







