posttoday
สวนสัตว์ออสซี่เปิดประสบการณ์ใหม่มัดใจลูกค้า

สวนสัตว์ออสซี่เปิดประสบการณ์ใหม่มัดใจลูกค้า

21 ตุลาคม 2557

“ห้ามให้อาหารสัตว์” น่าจะเป็นเครื่องหมายต้องห้ามที่คุ้นเคยกันดีในสวนสัตว์ทั่วๆ ไป ทว่าสำหรับ “เฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก”

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

“ห้ามให้อาหารสัตว์” น่าจะเป็นเครื่องหมายต้องห้ามที่คุ้นเคยกันดีในสวนสัตว์ทั่วๆ ไป ทว่าสำหรับ “เฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก” สวนสัตว์ของภาคเอกชนที่ตั้งอยู่ชานนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย กลับไม่มีเครื่องหมายเหล่านี้ปรากฏอยู่ เพราะสวนสัตว์แห่งนี้ต้องการให้ประสบการณ์ที่ “แปลกใหม่และแตกต่าง” กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม

“การได้กอดหมีโคอาลา ให้อาหารจิงโจ้จากมือ และการได้จับพวกสัตว์เลื้อยคลาน” เป็นกิจกรรมบางส่วนเท่านั้นที่สวนสัตว์แห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วม และจากจุดแข็งนี้เองที่ทำให้สวนสัตว์แห่งนี้ยังสามารถแข่งขันได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่าในแดนจิงโจ้

ทั้งนี้ ทั่วประเทศออสเตรเลียมีสวนสัตว์ที่ได้รับใบรับรองมากถึง 90 แห่งทั่วประเทศ โดยทุกๆ แห่งก็พยายามดึงดูดผู้เข้าชมให้ได้มากที่สุดด้วยความน่าสนใจของบรรดาสัตว์ป่าทั้งหลาย ซึ่งข้อมูลจากรัฐบาลแดนจิงโจ้ ระบุว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่านั้นมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญออสเตรเลียเลยทีเดียว

“เรามีการนำเสนอมากมายและแสดงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งผู้คนสามารถมาเยี่ยมชมและมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เหล่านี้ได้ นับเป็นหนึ่งในหลายๆ หนทางที่ทำให้เราสามารถแข่งขันได้ แต่ในความจริงแล้ว เราไม่ได้มองว่าสวนสัตว์ในท้องถิ่นจะเป็นคู่แข่งของเรา เพราะเราเชื่อว่าเรามีความเฉพาะเป็นของตัวเอง” ทิม ซินแคลร์สมิทธ์ ชายผู้ดำเนินกิจการสวนสัตว์เฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก กล่าวกับบีบีซี

จากจุดแข็งดังกล่าว ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมสวนสัตว์มากถึง 3.5 แสนคน เมื่อปีที่แล้ว โดยสวนสัตว์มีรายได้ทั้งหมด 9.2 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 258 ล้านบาท)

แม้จะเห็นได้ว่าธุรกิจแห่งนี้จะมีผลประกอบการค่อนข้างดี ทว่าในความเป็นจริงแล้วต้นทุนการดำเนินการของสวนสัตว์นั้นอยู่ในระดับที่สูงมาก เนื่องจากสวนสัตว์เป็นธุรกิจที่ต้องเปิดตลอดทั้งปีและสัตว์ต้องได้รับการดูแล ยิ่งโดยเฉพาะกับสวนสัตว์แห่งนี้ที่เปิดให้ผู้เข้าชมมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับสัตว์ทั้งหลาย โดยเมื่อปีที่แล้วต้นทุนการดำเนินการของเฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก สูงถึง 6.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 182 ล้านบาท)

ซินแคลร์สมิทธ์ เล่าว่า สัตว์ที่ต้องใช้ต้นทุนในการเลี้ยงดูมากที่สุดก็คือ หมีโคอาลา โดยแต่ละปีต้องมีค่าดูแลสูงถึง 1 แสนเหรียญออสเตรเลีย (ราว 2.8 ล้านบาท) เลยทีเดียว

กระนั้นก็ตาม สำหรับเฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก แล้ว ทุกอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเม็ดเงินที่สวนสัตว์จะได้เท่านั้น เพราะการทำธุรกิจในลักษณะนี้ย่อมต้องสร้างสมดุลระหว่างกำไรและความอยู่ดีมีสุขของสัตว์ให้เท่าเทียมกัน ซึ่งสวนสัตว์แห่งนี้ก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี

“เป้าหมายสูงสุดของเรา คือ รักษาเผ่าพันธุ์สัตว์ วิจัย และหาหนทางที่จะทำให้สัตว์อาศัยอยู่ในป่า รักษาจำนวนประชากรหรือเพิ่มจำนวนของสัตว์เหล่านี้ หากว่าจำนวนลดลงเรื่อยๆ” ซินแคลร์สมิทธ์ ระบุ

เห็นได้จากเจ้าจระเข้น้ำเค็มความยาว 4.7 เมตร ที่มีน้ำหนักถึง 500 กิโลกรัม ซึ่งมีชื่อว่า “กุกคูร์” โดยจระเข้ตัวนี้ถูกจับมาจากชุมชนพื้นเมืองในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีของออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าตัวนี้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายมาก แม้ว่าถูกย้ายมาอยู่ที่ฟาร์มจระเข้ในท้องถิ่นก็ตาม เพราะยังคงโจมตีเพื่อนจระเข้ตัวอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ด้วย

จากความดุร้ายดังกล่าว เจ้ากุกคูร์จึงถูกย้ายมายังสวนสัตว์แห่งนี้ จนขณะนี้ได้กลายเป็นไฮไลต์หนึ่งของสวนสัตว์ไปแล้วก็ว่าได้

“สวนสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงแต่สถานที่ที่แสดงสัตว์เท่านั้น เรามีหน้าที่สำคัญในการรักษาเผ่าพันธุ์สัตว์ทั้งหลายด้วย” ผู้ดำเนินกิจการเฟเธอร์เดล ไวด์ไลฟ์ พาร์ก กล่าว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน