posttoday
เงินฝากก้อนโต ตัวประกันทางการเงิน

เงินฝากก้อนโต ตัวประกันทางการเงิน

06 มิถุนายน 2553

ถ้าอยากได้บริการดีๆ ที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วๆ ไป ก็ต้องมีเงินฝากให้มากพอตามสโลแกนที่ว่า “(ต้องมีเงิน) ฝาก (เท่าที่เขาพอใจ) ... (จึงจะ) ได้ทุกเรื่อง (ที่คุณต้องการ)”

ถ้าอยากได้บริการดีๆ ที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วๆ ไป ก็ต้องมีเงินฝากให้มากพอตามสโลแกนที่ว่า “(ต้องมีเงิน) ฝาก (เท่าที่เขาพอใจ) ... (จึงจะ) ได้ทุกเรื่อง (ที่คุณต้องการ)”

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

คงต้องออกตัวเป็นยันต์ป้องกันตัวเองไว้ก่อนว่า ไม่ได้ตั้งใจจะล้อเลียนสโลแกน “ฝาก...ได้ทุกเรื่อง” ของธนาคารกสิกรไทย แค่บังเอิญไปเจอข้อความที่มีคนมาตัดพ้อต่อว่าอยู่ในเว็บไซต์ในพันทิปดอทคอมว่า “(ต้องมีเงิน) ฝาก (เท่าที่เขาพอใจ) ... (จึงจะ) ได้ทุกเรื่อง (ที่คุณต้องการ)”

พอเห็นข้อความนี้ถึงได้ฉุกคิดในใจว่า “เออ! จริง” เลยขอยืมข้อความนี้มาเป็นเครื่องมือช่วยหยิกแรงๆ ไปที่ธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่ง

เพราะถ้าเราอยากได้บริการทางการเงินดีๆ บางอย่าง ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ เดินเข้าไปที่ธนาคารแล้วจะได้อย่างที่อยากได้ แต่เราต้องมีเงินฝากให้มากเท่าที่ธนาคารกำหนดไว้

ปกติแล้วเราใช้เงินไม่กี่ร้อยบาทก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้แล้ว แต่ถ้าต้องการบริการดีๆ สิทธิพิเศษเหนือกว่าคนฝากเงินธรรมดาๆ เราก็ต้องมีเงินฝากอย่างน้อยๆ หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนก็มีให้เห็น

แม้จะไม่ได้มีใครถือปืนมาจ่อหัวบังคับให้เราไปฝากเงินให้มากเท่าที่ธนาคารต้องการ แต่การกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำ ก็พอจะอนุมานได้ว่า ธนาคารตั้งใจจะจับเงินฝากก้อนโตของเราไปเป็น “ตัวประกัน” เพราะฉะนั้นถ้าเงินไม่ถึงจริงๆ ก็ถอยไป

ดอกเบี้ยพิเศษ

กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของธนาคารไปแล้ว เพราะถ้าจะให้ดอกเบี้ยพิเศษ ผู้ฝากเงินก็ต้องเป็นคนกลุ่มพิเศษด้วยเช่นกัน

เงินฝากก้อนโต ตัวประกันทางการเงิน

กรณีที่เป็นเงินฝากประจำของธนาคารขนาดใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นกันตั้งแต่ 1,000 บาท แต่ถ้าเป็นเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยพิเศษมักจะกำหนดให้เปิดบัญชีด้วยเงินขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท

“เงินฝากดอกเบี้ยสูงพุ่งพรวด” เงินฝากประจำ 33 เดือน โปรโมชันเงินฝากอันล่าสุดของธนาคารกสิกรไทย ที่ผู้ฝากเงินจะได้รับดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน และยิ่งฝากนาน ก็จะยิ่งได้เบี้ยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 0.75% ต่อปี ในเดือนที่ 1-3 ไปจนถึง 4.75% ต่อปี ในเดือนที่ 31-33

ปกติอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน ของธนาคารกสิกรไทยเท่ากับ 0.65% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 24 เดือน เท่ากับ 1.5% โดยฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่หากต้องการ “ดอกเบี้ยสูงพุ่งพรวด” ก็ต้องฝากขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท

เช่นเดียวกับบัญชีเงินฝากเกษียณเกษมสุขของธนาคารทหารไทย ที่เป็นเงินฝากที่จะให้ดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 0.25% จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ปกติ สำหรับคนอายุ 55 ปีขึ้นไป และเปิดบัญชีครั้งแรกขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท

และถ้าเป็นธนาคารเล็กๆ อย่างเช่น ธนาคารสินเอเซีย ที่กำหนดจำนวนเงินสำหรับเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ปกติไว้ที่ 1 หมื่นบาท แต่ถ้าต้องการได้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ปกติก็ต้องไปเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ ที่ต้องเปิดบัญชีด้วยเงินฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท

แม้กระทั่งเงินฝากออมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมมือกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยใช้ชื่อว่า “ซีไอเอ็มบี ไทย แอร์เอเชีย เซฟเวอร์” ที่ไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ยเหนือกว่าเงินฝาก|ออมทรัพย์ธรรมดาทั่วๆ ไป แต่ยังได้สิทธิพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมอีก

แต่ต้องเปิดบัญชีอย่างน้อย 1 หมื่นบาท และต้องสมัครใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตและบัตรเอทีเอ็มควบคู่ไปด้วย

เมื่อมีเงินฝากไปเป็นตัวประกันแล้ว เราจะได้รับดอกเบี้ยเพิ่มจากปกติของธนาคารอีก 10% ต่อปี เช่น ถ้าธนาคารให้ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์แบบทั่วๆ ไปเท่ากับ 1% เงินฝากออมทรัพย์พิเศษนี้จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับ 1.1% และจะให้ดอกเบี้ยทุกเดือน แต่ถ้าวันไหนมีเงินเหลือในบัญชีต่ำกว่า 500 บาท ธนาคารจะไม่จ่ายดอกเบี้ย

นอกจากดอกเบี้ยพิเศษแล้ว ยอดเงินฝากทุกๆ 3 หมื่นบาท ที่คงเหลือเฉลี่ยในแต่ละไตรมาสจะเท่ากับ 1 คะแนน ที่สามารถนำไปใช้สิทธิแลกเป็นตั๋วเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียได้อีกด้วย

และสำหรับผู้ฝากเงินที่มีเงินเหลือในบัญชีมากกว่า 5 หมื่นบาท ในแต่ละไตรมาสยังจะได้รับเงินสด (Cash Back) ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ตั้งแต่ 30 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท สำหรับยอดเงินที่คงเหลือมากกว่า 10 ล้านบาท

ยกเว้นค่าธรรมเนียม

ใครที่เคยบ่นน้อยอกน้อยใจเรื่องบรรดาค่าธรรมเนียมยิบย่อยที่ธนาคารมักจะคิดกับลูกค้าเงินฝากอาจจะชอบ “บัญชีออมทรัพย์ ฟรีค่าธรรมเนียม” ของธนาคารทหารไทย ที่ตั้งคำถามกับพวกเราว่า “ทำไม? คุณยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกันอยู่” เพราะถ้าสามารถรักษายอดเงินฝากในบัญชีเอาไว้ให้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทไว้ได้ คุณก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

เงื่อนไขของบัญชีออมทรัพย์ฟรีค่าธรรมเนียมกำหนดไว้ว่าต้องเปิดบัญชีครั้งแรกขั้นต่ำ 2 หมื่นบาท หลังจากนั้นต้องรักษายอดเงินฝากในบัญชีขั้นต่ำ 2 หมื่นบาท แต่ถ้ามีเงินฝากต่ำกว่า 2 หมื่นบาท ติดต่อกัน 3 วัน จะต้องถูกคิดค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อเดือน

แต่หากทำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียมฝาก ถอน จ่าย โอน 20 ครั้งแรกต่อเดือน เมื่อทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ และตั้งแต่ครั้งที่ 21 ขึ้นไปจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามปกติ

ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเราทำรายการโอนเงินต่างธนาคารแบบทันที ซึ่งการโอนที่เครื่องเอทีเอ็มจะคิดค่าธรรมเนียมรายการละ 25 บาท แต่เราสามารถทำรายการได้ฟรีสำหรับ 20 รายการแรก เท่ากับว่าในแต่ละเดือนประหยัดค่าธรรมเนียมได้ถึง 500 บาท

นอกจากบัญชีออมทรัพย์ฟรีค่าธรรมเนียมแล้ว ธนาคารทหารไทยยังใช้ยุทธวิธี “ฟรีค่าธรรมเนียม” กับบัตรเดบิตอีกด้วย โดยให้ชื่อว่า “บัตรทีเอ็มบี โน ลิมิต” ที่ไม่ว่าจะใช้บัตรไปกดเงินจากเครื่องเอทีเอ็ม ต่างธนาคาร ต่างจังหวัด กี่ครั้ง ก็ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

เพราะฉะนั้นแค่ไปเบิกเงินต่างจังหวัดที่เครื่องเอทีเอ็มต่างธนาคารแค่ 25 ครั้ง ภายใน 3 ปี ก็คุ้มกับค่าธรรมเนียมการทำบัตร 500 บาทแล้ว หรือถ้าเป็น ทีเอ็มบี โน ลิมิต เน็กซ์” จะมีค่าธรรมเนียม 3 ปี รวมกัน 800 บาท ในขณะที่บัตรเดบิตทั่วๆ ไป จะมีค่าธรรมเนียมการทำบัตร 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีอีกปีละ 200 บาท

แถมประกัน

นอกจากจะได้ดอกเบี้ยพิเศษเพิ่มจากดอกเบี้ยเงินฝากประจำปกติแล้ว “บัญชีเงินฝากประจำเพื่อผู้สูงอายุ” ของธนาคารกสิกรไทย ยังจะได้รับความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล เท่ากับยอดเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำอีกด้วย แต่จะต้องเป็นผู้ฝากเงินที่มีอายุ 55-70 ปี ที่มีเงินฝากขั้นต่ำ 1 แสนบาท และไม่เกิน 1 ล้านบาท

เพราะหากผู้ฝากเงินมีเงินในบัญชีต่ำกว่า 1 แสนบาท ก่อนหน้า 1 วันที่ผู้ฝากเงินเสียชีวิตหรือประสบอุบัติเหตุ ธนาคารก็จะไม่ให้ความคุ้มครองประกัน ภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลภายใต้บริการเงินฝากประจำเพื่อผู้สูงอายุ

แต่หากเงินฝากอยู่ครบตามเงื่อนไข ผู้ฝากเงินจะได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเท่ากับยอดเงินในบัญชีเงินฝาก แต่สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และหากเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างการโดยเจตนา รวมทั้งขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จะได้รับวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาท

นอกจากนี้ ผู้ฝากเงินจะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุแต่ละครั้งไม่เกิน 5 หมื่นบาท และตลอดระยะเวลาที่ฝากเงินผู้ฝากเงินจะได้รับความคุ้มครองกระดูกแตกหักจากอุบัติเหตุอีกไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ให้เงินกู้

ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า บัญชีเงินฝากประจำของธนาคารสามารถใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ด้วย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป็นสินเชื่อประเภทใดบ้างที่สามารถนำเงินฝากไปเป็นหลักทรัพย์ ค้ำประกัน

แต่ถ้าเป็น “สินเชื่อบุคคล แคชลิงค์” ของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับเจ้าของบัญชีเงินฝากจะกำหนดสัดส่วนวงเงินกู้ต่อหลักประกันเอาไว้ชัดเจนว่า ธนาคารจะให้กู้ได้ถึง 100% ของเงินฝากออมทรัพย์หรือเงินฝากประจำที่รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลา แต่จะให้กู้ได้ 90% ของเงินฝากประจำที่รับดอกเบี้ยล่วงหน้าหรือรายเดือน

ขณะที่ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบุคคล แคชลิงค์ เท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากที่ลูกค้าได้รับ บวกเพิ่ม 2.5% ต่อปี

และสำหรับสินเชื่อบุคคลแบบมีหลักประกัน ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ที่สามารถนำเงินฝากประจำมาเป็นหลักทรัพย์ ค้ำประกันได้ โดยยังให้ดอกเบี้ยกับเงินฝากที่นำมาค้ำประกันอีกด้วย แต่จะให้วงเงินกู้ 95% ของหลักทรัพย์สกุลเงินบาท และ 80% ของหลักทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ

นอกจากสินเชื่อบุคคลที่บางธนาคารให้นำเงินฝากมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังอนุญาตให้ใช้เงินฝากมาค้ำประกันการออกบัตรเครดิตให้กับผู้ฝากเงินได้ โดยวงเงินบัตรเครดิตต้องเท่ากับยอดเงินฝากที่ใช้ค้ำประกัน ซึ่งในแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป

ทั้งนี้ โดยมากมักจะให้ใช้เงินฝากประจำ 6 เดือนขึ้นไปมาเป็นหลักประกัน ขณะที่วงเงินบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะอิงตามประกาศของ ธปท. คือ 100% ของยอดเงินฝาก เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคาร กสิกรไทย แต่สำหรับธนาคารกรุงศรี อยุธยาจะให้วงเงินบัตรเครดิตเพียง 80% ของยอดเงินฝาก

บัตรเครดิตของธนาคารมีหลายประเภท และแต่ละประเภทจะมีวงเงินขั้นต่ำในการใช้บัตร เช่น บัตรเงิน จะมีวงเงินขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นบัตรระดับบนๆ อย่างบัตรแพลทินัม อาจจะมีวงเงินในบัตรตั้งแต่ 7 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท

เพราะฉะนั้น หากต้องการทำบัตรเครดิตแบบมีเงินฝากค้ำประกันที่มีวงเงินบัตรเครดิตขั้นต่ำอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ก็ต้องมีเงินฝากประจำติดอยู่กับธนาคาร 1.5 หมื่นบาท สำหรับธนาคารที่ยอมให้ใช้วงเงินฝาก 100% แต่สำหรับธนาคารที่ให้วงเงินแค่ 80% ก็ต้องมีเงินฝากอย่างน้อย 18,750 บาท อยู่กับธนาคาร

แต่แว่วๆ มาว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กำหนดให้ฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และจะได้วงเงินบัตรเครดิต 4 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าจะมีเงินสดมากองเป็นตัวประกันอยู่ที่ธนาคารแล้วจะได้รับอนุมัติบัตรเครดิตกันถ้วนหน้า เพราะการพิจารณาอนุมัติของธนาคาร|ยังต้องไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงินจากเครดิตบูโรเช่นเดียวกับการสมัครบัตรเครดิตแบบปกติ

เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้บริการดีๆ ที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วๆ ไป ก็ต้องมีเงินฝากให้มากพอตามสโลแกนที่ว่า “(ต้องมีเงิน) ฝาก (เท่าที่เขาพอใจ) ... (จึงจะ) ได้ทุกเรื่อง (ที่คุณต้องการ)”

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก