
แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน
แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุน อาศัยช่วงน้ำมันโลกขาลงต.ค.-พ.ย. ยกเลิกนโยบายดีเซล 30 บาทเพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุน
แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุน อาศัยช่วงน้ำมันโลกขาลงต.ค.-พ.ย. ยกเลิกนโยบายดีเซล 30 บาทเพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุน
นาย วิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกช่วง1-2 เดือน หรือต.ค.-พ.ย. นี้ อยู่ในทิศทางขาลง ทางรัฐบาล ควรจะพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะการยกเลิกนโยบายตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 วัน แต่สิ่งสำคัญจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจถึงเหตุผล เพื่อให้สามารถปรับตัวได้
ทั้งนี้แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงนี้ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ ทั้งสหรัฐอ จีน และยุโรป ชะลอตัว แต่คาดว่าเดือนธ.ค.ราคาน้ำมันก็จะกลับมาปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
นอกจากนี้เมื่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเริ่มเป็นบวก ควรจะทำการปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลโดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตดีเซล ที่ควรเริ่มทยอยปรับในช่วงนี้เพื่อไม่กระทบกับราคาขายปลีก
“รัฐควรใช้จังหวะนี้ปรับโครงสร้างเพื่อนำไปสู่การยกเลิกนโยบายตรึงราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน30 บาทต่อลิตรขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่ามีเป้าหมายอย่างไร เพื่ออะไรให้เข้าใจตรงกัน และที่สำคัญประชาชนจะได้วางแผนถูกโดยเฉพาะคนซื้อรถยนต์”นายวิเชียรกล่าว
ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ ราคาพลังงานในตลาดโลกยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องดังนั้นถือเป็นโอกาสดีสุดที่รัฐจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานแต่ละชนิดให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยดีเซลรัฐควรจะใช้จังหวะนี้ยกเลิกการตรึงราคาขายปลีกไม่เกิน30บาทต่อลิตร โดยสลับการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯสำหรับดีเซลจากปัจจุบันเก็บอยู่ที่3 บาทต่อลิตร ลดลงเหลือ 75สต.ต่อลิตร และไปแนวทางการเก็บภาษีดีเซลในระดับ 3บาทต่อลิตรแทนจากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 75สต.ต่อลิตรเพื่อให้อยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มเบนซินซึ่งจะไม่กระทบกับประชาชน
การปรับลดภาษีดีเซลในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2554ทำให้รายได้ของรัฐจัดเก็บต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และในปี 2557 ในส่วนของภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 28,597 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.1 โดยกระทรวงการคลังระบุเป็นผลจากการขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน และการเปลี่ยนไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีอัตราภาษีต่ำและก๊าซเอ็นจีวี ซึ่งไม่เสียภาษีเพื่อ ทดแทนการใช้น้ำมันเบนซิน







