
ผู้นำองค์กรยุคดิจิทัลปรับสไตล์รับเทรนด์เปลี่ยน
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว นอกจากทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนแล้ว ยังมีผลต่อธุรกิจต้องปรับให้ทันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของการปฏิวัติองค์กรต้องมาจากผู้นำ ดังนั้นเพื่อให้ภูเขาสามารถเขยื้อนได้ ผู้นำต้องปฏิรูปอย่างไร
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว นอกจากทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนแล้ว ยังมีผลต่อธุรกิจต้องปรับให้ทันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของการปฏิวัติองค์กรต้องมาจากผู้นำ ดังนั้นเพื่อให้ภูเขาสามารถเขยื้อนได้ ผู้นำต้องปฏิรูปอย่างไร
อีวาน เซล ผู้อำนวยการ บริษัท เฮย์กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรระดับโลก กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของเฮย์กรุ๊ปในไทยว่า งานวิจัยที่ออกมาเผยแพร่ในหนังสือลีดเดอร์ชิฟ 20-30 พบว่าสภาพแวดล้อมที่จะมีผลทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารธุรกิจให้อยู่รอดได้ในอีก 16 ปีข้างหน้า มี 6 ประเด็น
ประเด็น 1.กระแสโลกาภิวัตน์ 2.0 จากยุคก่อนกลุ่มบริษัททางโลกตะวันตกบุกมาขยายฝั่งตะวันออก ก็จะเปลี่ยนเป็นบริษัทฝั่งตะวันออกที่บุกไปขยายทางตะวันตก เกิดกระแสเอเชียครองเศรษฐกิจโลกและชนชั้นกลางเพิ่ม 2.วิกฤตสิ่งแวดล้อมจะทำให้ความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่แค่กิจกรรมของบริษัทอีกต่อไปแต่กลายเป็นความจำเป็นที่บริษัทต้องทำเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ 3.คนจะแสดงจุดยืนความเป็นตัวเองมากขึ้น ทำให้บริษัทต้องเพิ่มแรงจูงใจให้พนักงานอยู่กับบริษัท ทำให้เกิดแนวโน้มพนักงานจงรักภักดีต่อองค์กรน้อยลง
4.โลกดิจิทัลทำให้ใช้เครื่องมือสื่อสารทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา จึงเกิดปัญหาแยกชีวิตทำงานกับส่วนตัวไม่ชัด 5.ประชากรสูงอายุมากขึ้น คนอายุยืนขึ้นทำงานนานขึ้น แต่ต้องแข่งในตลาดมากขึ้น และ 6.จะมีเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพ มาทำให้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปอีกหลายด้าน
เมื่อผู้บริหารรู้แนวโน้มเหล่านี้ว่าเป็นประเด็นสำคัญที่จะกระทบธุรกิจก็ต้องปรับตัวให้ธุรกิจอยู่ยั่งยืนระยะยาว สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องมีคือ การเปลี่ยนแนวทางการบริหารจากเดิมใช้มุมมองของตัวเองเป็นวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจ เปลี่ยนเป็นบริหารแบบอัลโทร เซ็นทริก คือ มองจากมุมของคนนอกและเน้นรับฟังความคิดเห็นมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารต้องตัดสินใจไวขึ้น เช่น การปรับแนวทางจากที่ทำธุรกิจแค่ในประเทศ ออกไปหาโอกาสในต่างประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก ยิ่งออกไปไวเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบคู่แข่งเท่านั้น ส่วนเรื่องการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลานั้น ทำให้บริษัทติดต่อพนักงานให้จัดการเรื่องต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้นจริง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย ในกรณีพนักงานใช้สังคมออนไลน์พูดคุยเรื่องส่วนตัวในออฟฟิศ บริษัทก็อาจต้องทำความเข้าใจว่าเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องพยายามบล๊อกสังคมออนไลน์ เพราะสุดท้ายพนักงานก็แอบหาทางใช้ได้อยู่ดี ยกเว้นบางอาชีพที่ไม่ควรใช้สังคมออนไลน์ขณะทำงานเพราะมีผลกระทบวงกว้าง
มานะ โลหเตปานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮย์กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ผู้บริหารยุคใหม่ต้องฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบข้าง ไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้น แต่รวมถึงลูกค้า พนักงาน บริษัทที่ทำธุรกิจด้วย ไปจนถึงสาธารณชนที่เฝ้าจับตา หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริษัททางสังคมออนไลน์ หากไม่ติดตาม ไม่เคลื่อนไหวให้ทันกับข้อเสนอ ข้อร้องเรียน อาจกระทบชื่อเสียงบริษัท กระทบมูลค่าธุรกิจได้ เพราะชื่อเสียงมีมูลค่าในตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรเหนือกว่าคู่แข่ง
ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู กล่าวว่า บริษัทมองเห็นแนวโน้มสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนสอดคล้องกับมุมมองของเฮย์กรุ๊ป โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่สามารถนำเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจได้ ปัจจุบันบริษัทเริ่มมีแนวคิดให้พนักงานบางคนสามารถทำงานจากที่บ้านได้ในบางวัน โดยส่งฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทเข้าไปติดตั้งเครื่องมือให้ทำงานจากที่บ้านสื่อสารกับบริษัทได้สะดวก ซึ่งก็ทำให้พนักงานสะดวกขึ้นได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแต่ก็ทำงานไปด้วยได้
กรณีพนักงานมีความเป็นตัวเองมากขึ้น บริษัทก็ปรับเวลาเข้างานให้ยืดหยุ่นเลือกได้ 3 ช่วงเวลา สอดรับกับสภาพการจราจรในไทยที่ติดขัด ส่วนเรื่องความสำคัญกับแรงจูงใจมากกว่าความจงรักภักดีกับบริษัทนั้น มองว่าความจงรักภักดีอาจไม่สำคัญมากในสมัยนี้ เพราะหลายบริษัทต้องการการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเกิดไม่ได้หากพนักงานเป็นกลุ่มอยู่ยาวและไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอะไร สิ่งสำคัญอยู่ที่องค์กรต้องรักษาความรู้สำคัญๆ ที่จำเป็นให้อยู่กับตัวองค์กรได้ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวพนักงานก็ยังขับเคลื่อนงานได้อยู่
อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำประเทศไทย กูเกิล กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายของบริษัทที่สร้างแบรนด์ได้แข็งแกร่งแล้วคือ ทำอย่างไรให้แบรนด์อยู่ได้ยั่งยืน ซึ่งแนวทางที่ผู้บริหารกูเกิลทำมาตลอดคือ กูเกิลต้องเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตาม สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้จากการที่กูเกิลมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา
ทั้งนี้ นวัตกรรมเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา และกับทุกคน ด้วยเหตุนี้ทำให้กูเกิลวางแนวทางทำงานในออฟฟิศให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เป็นทางการเกินไป เพราะปกตินวัตกรรม ความคิดใหม่ๆ มักจะเกิดได้ในช่วงที่ใช้ชีวิตผ่อนคลายมากกว่าในที่ทำงาน
สำหรับกูเกิล ประเทศไทย ก็มีแนวทางการทำงานเช่นเดียวกับสำนักงานใหญ่ ภายในออฟฟิศจะมีอาหารให้รับประทานได้ฟรี มีมุมนั่งเล่นสบายๆ พักผ่อนได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในออฟฟิศแบบสบายๆ เกิดแนวคิดใหม่ขึ้นมาแนวโน้มสภาพแวดล้อมเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นทีละน้อยตั้งแต่วันนี้ เพียงแต่องค์กรบางองค์กรอาจจะยังไม่เคยเจอ หรือเจอแล้วแต่ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาที่ต้องจัดการ แต่หลังจากนี้คงอยู่เฉยไม่ได้แล้ว หากต้องการชิงเก้าอี้เบอร์หนึ่งในธุรกิจ หรือรักษาตำแหน่งของตัวเองให้เหนือคู่แข่งได้ ก็ต้องปรับวิธีการบริหารจัดการ มองในมุมเขาแทนที่จะมองแต่ตัวเราอย่างที่เป็นอยู่







