posttoday
กฎหมายยาฉบับใหม่

กฎหมายยาฉบับใหม่

15 ตุลาคม 2557

ยารักษาโรคเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นในการดำรงชีพของมนุษย์ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มนุษย์สามารถผลิตยาเพื่อนำมารักษาโรคได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังผลิตยาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคอีกด้วย

ยารักษาโรคเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นในการดำรงชีพของมนุษย์ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มนุษย์สามารถผลิตยาเพื่อนำมารักษาโรคได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังผลิตยาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคอีกด้วย

แม้ยาจะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยรักษาและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจก่อให้เกิดโทษแก่ผู้ที่ใช้ได้เช่นกัน หากนำไปใช้เกินความจำเป็น รัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุมทั้งในด้านการผลิต การใช้ยาของประชาชน กำหนดหลักเกณฑ์ว่ายาประเภทใดบ้างที่ประชาชนสามารถหาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา ยาประเภทใดที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

พระราชบัญญัติยาถูกนำมาบังคับใช้ในประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2510 หลังจากนั้นก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวหลายครั้ง โดยมีการแก้ไขครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2535 ตามความเจริญก้าวหน้าในทางเทคโนโลยีและทางการแพทย์ ขณะนี้ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ดังกล่าว โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ในประเด็นการแบ่งประเภทของยา ตามร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การแบ่งประเภทยาตามหลักสากล ซึ่งใช้กันในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งต่างก็มีการแบ่งประเภทของยาเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ยาที่ต้องใช้ในใบสั่งยา (Prescription Only Medicines) ยาที่เภสัชกรเป็นผู้สั่งจ่าย (Pharmacy Only Medicines) และยาที่ประชาชนเลือกใช้ได้เอง (General Sale List หรือ OvertheCounter Medicines)

แต่เมื่อเพื่อพิจารณาเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ พบว่ามีการแบ่งประเภทของยาใหม่ เรียกว่ายาที่ต้องจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในสายงานสาธารณสุข เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดสามารถจ่ายยาประเภทนี้ได้ นอกเหนือจากเภสัชกร

การแบ่งประเภทยา โดยให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่ไม่ใช่เภสัชกรสามารถสั่งจ่ายยาดังกล่าวได้ ทำให้เล็งเห็นได้ว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้บริโภค กล่าวคือ ไม่เป็นการคุ้มครองผู้บริโภค กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองสวัสดิภาพ ความปลอดภัยในการใช้ยาจากการบริการของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ซึ่งตามหลักสากลจะมีการแยกหน้าที่ของผู้สั่งใช้ยา (Prescriber) กับเภสัชกรในฐานะผู้จ่ายยา ซึ่งได้รับการศึกษาอบรมวิชาว่าด้วยยามาโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยาใหม่ได้มีการกำหนดข้อยกเว้นให้การแบ่งบรรจุยาสามารถกระทำได้ โดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ทั้งที่ตามกฎหมายยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและก่อนหน้านี้ ถือว่าการแบ่งบรรจุยาเป็นการผลิตยา การแบ่งบรรจุยาจึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบยา ตลอดจนคุณสมบัติของภาชนะบรรจุที่จะใช้ในการแบ่งบรรจุแต่ละชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันในการป้องกันยาในรูปแบบต่างๆ

ดังนั้น การใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมกับประเภทของยา ย่อมส่งผลต่อปฏิกิริยาการสลายตัวของยาสำคัญ ในขณะที่ยาบางชนิดไม่สามารถทำการแบ่งบรรจุได้

องค์ความรู้เหล่านี้ หากให้บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรมาดำเนินการอาจทำให้ยาเกิดเสื่อมคุณภาพ หรือเกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์จนเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ยาได้

แม้ข้อกังวลของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรดังกล่าว จะเป็นข้อห่วงใยที่ดีที่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายยาในขณะนี้ควรรับฟังและนำไปพิจารณาให้ถี่ถ้วน แต่อีกด้านหนึ่ง องค์กรวิชาชีพเภสัชกรควรเข้ามาสอดส่องให้ร้านขายยาที่มีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน มีเภสัชกรซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่องยาอยู่ตามร้านขายยาเพื่อคอยให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ยา

มิใช่เพียงแต่มีป้ายระบุว่า มีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ในร้ายขายยาตามช่วงเวลาต่างๆ แต่เมื่อเข้าไปในร้านกลับไม่พบเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่อยู่จริงตามที่ป้ายแจ้งไว้

หากองค์กรวิชาชีพสามารถดูแลเรื่องนี้ได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้ยาได้มีที่พึ่งในยามเจ็บป่วย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69