
กรุงไทยลุยเอเชียเหนือเศรษฐกิจโตหุ้นยังถูก
KTAM มั่นใจตลาดหุ้นเอเชียเหนือสดใส คลอดทริกเกอร์ฟันด์ 8 เดือน 8% ขาย 15-21 ต.ค.นี้
KTAM มั่นใจตลาดหุ้นเอเชียเหนือสดใส คลอดทริกเกอร์ฟันด์ 8 เดือน 8% ขาย 15-21 ต.ค.นี้
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม นอร์ท เอเชีย อิควิตี้ 8% ทริกเกอร์ ฟันด์ (KTNA8) ตั้งเป้าผลตอบแทน 8% ภายใน 8 เดือน โดยจะเสนอขายในวันที่ 15-21 ต.ค. 2557 มูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟในตลาดหุ้นโตเกียว ฮ่องกง และเกาหลีใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีหุ้นของประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทจะเลิกโครงการโดยอัตโนมัติ เมื่อหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 11.00 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป หลังจากนั้น บริษัทจะสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมดไปยังกองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บริษัทเปิดให้สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้กับผู้ถือหน่วยต้องไม่ต่ำกว่า 108% ของมูลค่าที่ตราไว้ที่ 10 บาท กรณีที่ทำไม่ได้ตามเป้าหมายบริษัทจะเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกวันทำการจนถึงเวลา 12.00 น.และเมื่อถึงตามเป้าก็จะเลิกโครงการ
และหากในวันใดวันหนึ่งราคาหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 11.0000 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ พร้อมสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนทั้งหมดไปยังกองทุนเปิดกรุงไทยสะสมทรัพย์
นางชวินดา กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัทสนใจลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศนอร์ทเอเชีย เนื่องจากเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีแนวโน้มอัตรากำไรเติบโตในระดับสูงและราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ จากผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ต่างๆ ซึ่งรวบรวมโดยบลูมเบิร์ก มองว่าเศรษฐกิจของประเทศจีนยังชะลอตัว แต่มีโอกาสเติบโตในระดับสูง แผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเปิดโอกาสให้กระแสเงินทุนไหลเข้า มาตรการผ่อนคลายทางการเงินและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของจีนในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 2,697 จุด จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,474 จุด หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 9%
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การกลับมาฟื้นตัวผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเงินผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 2,475 จุด จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,976 จุด หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ส่วนเศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มหลุดจากสภาวะเงินฝืด การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน มาตรการผ่อนคลายด้านการคลังและการเงินอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นในอีก 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 16,782 จุด ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ณ วันที่ 10 ก.ย. 2557







