posttoday
ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนมาเลเซีย

ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนมาเลเซีย

14 ตุลาคม 2557

ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนมาเลเซียนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงงบประมาณปี 2558 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานของบริการ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจมาเลเซียกำลังมาแรง คาดว่าปี 2557 จะเติบโตมากถึง 5.5% และจะเพิ่มเป็น 6% ในปี 2558

ทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนมาเลเซียนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงงบประมาณปี 2558 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2557 โดยกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานของบริการ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจมาเลเซียกำลังมาแรง คาดว่าปี 2557 จะเติบโตมากถึง 5.5% และจะเพิ่มเป็น 6% ในปี 2558

สำหรับงบประมาณที่เสนอต่อรัฐสภา กำหนดจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน ประกอบด้วยมาตรการต่างๆ เป็นต้นว่า

เติมพลังแก่ภาคบริการ กำหนดเพิ่มสัดส่วนภาคบริการจาก 55.2% ของ GDP ในปี 2556 เป็น 60% ในปี 2563 โดยสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น ค้ำประกันแก่ SMEs ในภาคบริการ 5 หมื่นล้านบาท ด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท/ราย จัดตั้งกองทุนส่งออกบริการ วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน SMEs ส่งออกบริการไปยังต่างประเทศ

ส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรม ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นสัดส่วน 70% เป็นเวลา 5 ปี แก่นิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งในพื้นที่ทั่วไป หากก่อตั้งในพื้นที่ด้อยพัฒนาแล้ว จะเพิ่มเป็นยกเว้นเต็ม 100% เป็นเวลา 5 ปี

ส่งเสริมภาคธุรกิจติดตั้งเครื่องจักรที่ทันสมัยเพื่อใช้ทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน กรณีเป็นอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น คือ ยาง พลาสติก ไม้ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ หักค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 200% วงเงินไม่เกิน 40 ล้านบาท สำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ สัดส่วน 200% วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจไม่ค่อยจะยินดียินร้ายนัก เนื่องจากวงเงินต่ำมาก

ส่งเสริมโครงการคุณภาพสูง ให้สิทธิและประโยชน์ในลักษณะแพ็กเกจพิเศษแก่การลงทุนในโครงการที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความรู้ในระดับสูง

เร่งรัดการลงทุน กำหนดว่าจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ จำนวนมากในปี 2558 เป็นต้นว่า รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 3.2 แสนล้านบาท ปิโตรเคมีครบวงจร 6.9 แสนล้านบาท

ส่งเสริมให้บรรษัทข้ามชาติมาจัดตั้งฐานปฏิบัติการ ดำเนินการภายใต้แผน Establishment of Principal Hub ซึ่งจะเริ่มดำเนินการต้นปี 2558

ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ครอบคลุมทั้งแอนิเมชั่น ภาพยนตร์ การออกแบบ วัฒนธรรม โดยจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรมเนื้อหาดิจิทัล (Digital Content Industry Fund) วงเงิน 1,000 ล้านบาท

ส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ ลงทุนในด้านอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง (HighSpeed Broadband – HSBB) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท รวมถึงอนุญาตให้ภาคธุรกิจหักค่าเสื่อมราคาในอัตราเร่งสำหรับการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์ สนับสนุนแก่ SMEs วงเงิน 1,500 ล้านบาท ในการติดตั้งซอฟต์แวร์ด้านการบัญชี

ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กำหนดให้ปี 2558 เป็น “ปีแห่งเทศกาล” (Year of Festivals 2015) ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 29.4 ล้านคน รายได้เข้าประเทศ 8.9 แสนล้านบาท โดยจัดสรรงบประมาณ 3,200 ล้านบาท แก่กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กรณีสถานพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกของสภาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศมาเลเซีย (Malaysian Healthcare Travel Council) และให้บริการแก่ชาวต่างชาติเป็นสัดส่วนขั้นต่ำ 5% ของผู้มารับบริการทั้งหมด (ชาวต่างชาติครอบคลุมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาวต่างชาติที่ทำงานในมาเลเซียและครอบครัวผู้สูงอายุต่างชาติที่อาศัยอยู่ในมาเลเซียภายใต้โครงการ Malaysia My Second Home) จะได้รับสิทธิและประโยชน์ในรูป Investment Tax Allowance เป็นสัดส่วน 100% ของเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ ปรับปรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ทันสมัย และปรับปรุงอาคารสถานที่

ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จากปัจจุบัน 25% กำหนดลดเหลือ 24% ในปีภาษี 2559 อย่างไรก็ตามยังนับว่าค่อนข้างสูง โดยสูงกว่าไทยและสิงคโปร์ซึ่งปัจจุบันเก็บในอัตรา 20% และ 17% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ