posttoday
การบินกรุงเทพสายการบินแกร่งที่สุด

การบินกรุงเทพสายการบินแกร่งที่สุด

13 ตุลาคม 2557

บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ผู้ประกอบการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ภายใต้การบริหารของ “พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้เรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 1,580 ล้านบาท เป็น 2,100 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าหุ้นปัจจุบันลดลง 24.8% เพื่อเตรียมเปิดขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) วันที่ 14-17 ต.ค.นี้ โดยผู้จองซื้อจะต้องชำระเงินค่าหุ้นที่ 27 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาเสนอขายเบื้องต้นสูงสุดของช่วง 2327 บาท และคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายวันที่ 17 ต.ค.นี้ มีกำหนดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 3 พ.ย.ปีนี้

บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ผู้ประกอบการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ภายใต้การบริหารของ “พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้เรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 1,580 ล้านบาท เป็น 2,100 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าหุ้นปัจจุบันลดลง 24.8% เพื่อเตรียมเปิดขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) วันที่ 14-17 ต.ค.นี้ โดยผู้จองซื้อจะต้องชำระเงินค่าหุ้นที่ 27 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาเสนอขายเบื้องต้นสูงสุดของช่วง 2327 บาท และคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายวันที่ 17 ต.ค.นี้ มีกำหนดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 3 พ.ย.ปีนี้

ในการเสนอขายไอพีโอครั้งนี้ “ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ” จะเสนอขายหุ้นตัวเอง 10% ของหุ้นชำระแล้วทั้งหมด หรือไม่เกิน 210 ล้านหุ้นต่อผู้ลงทุนสถาบันโดยเฉพาะเจาะจง โดยขายผ่าน ตลท.และซื้อขายวันแรกที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายใน ตลท.ในราคาไอพีโอ

ไอพีโอบริษัทนี้นับว่าเป็นธุรกรรมที่ไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดใน ตลท.ของปีนี้ โดยบริษัทคาดว่าจะระดมเงินได้ 11,960-14,040 ล้านบาท

ช่วงราคาไอพีโอ 23-27 บาท ที่ปรึกษาทางการเงินได้กล่าวว่า มีส่วนลดให้นักลงทุนจากราคาที่เหมาะสมประมาณ 15-20% ซึ่งเป็นไปตามภาวะปกติของราคาหุ้นไอพีโอ แต่ความที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ ปัจจัยพื้นฐานดี จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุน แม้ว่ายังหวาดระแวงกับการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจสายการบินก็ตาม

BA นอกจากดำเนินธุรกิจสายการบินแล้วยังเป็นเจ้าของสนามบิน 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ศูนย์กลางการบินภาคใต้ ท่าอากาศยานสุโขทัย และท่าอากาศยานตราด

นอกจากนั้น ยังให้บริการทางการบินประเภทอื่นกับสายการบินชั้นนำระดับโลก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ผ่านบริษัท บางกอก แอร์ คาทอริง (BAC) ที่ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารเพื่อให้บริการผู้โดยสารในเที่ยวบินซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 20 สายการบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเป็น 1 ใน 3 รายของผู้ประกอบการด้านนี้

บริษัท เวิลด์ไวด์ ไฟท์ เซอร์วิส แบงคอก แอร์ กราวด์ แฮนดิง (บีเอฟเอส กราวด์) ให้บริการภาคพื้น และให้บริการในลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และบริษัท ดับบลิวเอฟเอส พีจี คาร์โก้ (บีเอฟเอส คาร์โก้) ซึ่งให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ

อีกทั้งยังมีรายได้อื่นและเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) 7.83% ของหุ้นที่เรียกชำระแล้ว

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สครองส่วนแบ่งการตลาดผู้โดยสารอันดับ 4 แต่มีจุดเด่นเหนือสายการบินอื่น คือ มีประสิทธิภาพในการทำกำไรสูงที่สุดในสายการบินในประเทศไทย จากอัตรากำไรดำเนินงานเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 9.1%

อัตรากำไรเหนือบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) และบริษัท การบินไทย (THAI) ซึ่งอยู่ที่ 8.4% 7% และลบ 0.2% ตามลำดับ ทำให้มีจุดคุ้มทุนอัตราผู้โดยสารต่ำเพียง 60% เทียบสายการบินอื่นที่มีจุดคุ้มทุนที่ 73% ขึ้นไป

ทั้งนี้ BA ได้เปรียบจากการเป็นผู้ดำเนินการเที่ยวบินส่วนใหญ่ที่สนามบินสมุยที่ถือหุ้น 25% บวกกับการขยายฝูงบินเพิ่มเฉลี่ย 3 ลำ/ปี ทำให้กำไรปกติเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 2554-2556 ที่ผ่านมา

พรต เสตสุวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด BA กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปใช้ขยายฝูงบินปีละ 56 ลำ ในช่วงปี 2557-2560 เพื่อไปบินในเส้นทางที่มีผลตอบแทนสูง อาทิ เชียงใหม่อุดรธานี เชียงใหม่มัณฑะเลย์ นอกจากนี้ยังจะเสริมเที่ยวบินที่จะลงสนามบินสมุยที่กำลังขออนุมัติจากกรมการบินพลเรือนเพิ่มเที่ยวบินลงสมุยอีก 36 เที่ยวบิน ในปัจจุบัน (BA ทำการบิน 32 เที่ยว) เป็น 50 เที่ยว

ปัจจุบันบริษัทมีฝูงบินให้บริการ 25 ลำ และคาดว่าปี 2561 จะมีฝูงบินรองรับการเติบโต 43 ลำ โดยทุกลำได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

บริษัท บูทีค แอร์เวย์ บริษัทวิจัยตลาดด้านการบินได้สำรวจปี 2556 ที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 4.2 ล้านคน และครึ่งแรกปีนี้ 2.3 ล้านคน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“3 ปีที่ผ่านมาปริมาณผู้โดยสารของ BA เติบโตเฉลี่ยปีละ 79% นอกจากนั้นหากปริมาณผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิเติบโตยังส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของบริษัทด้วย ปกติบริษัทจะมีอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม 24-26%” อนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน BA กล่าว

อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งแรกของปีนี้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาของบริษัทลดลงมาที่ 18-19% อันเนื่องมาจากผลกระทบด้านการเมือง

บริษัทมีสัดส่วนหนี้ต่อกำไร 4.2 เท่า เนื่องมาจากธุรกิจการบินอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แต่บริษัทพยายามรักษาอัตราส่วนเงินสด

นอกจากนั้น ยังได้เงินปันผลจากการถือหุ้นสนามบินสมุย 25%

ด้านสามธุรกิจที่ได้สัมปทานกับสนามบินสุวรรณภูมิยังสร้างรายได้จากส่วนงานอื่นที่ไม่ใช่สายการบินโดยตรง 13-14% ของรายได้ทั้งหมด เพื่อเพิ่มศักยภาพกลุ่มงานของบริษัท และถ้ามีโอกาสก็พร้อมจะขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว พม่า กัมพูชา

อนวัช กล่าวว่า สำหรับหน่วยลงทุนที่บริษัทถืออยู่ยังได้รับเงินปันผลอย่างแข็งแกร่ง และมูลค่าหน่วยลงทุนยังเพิ่มขึ้นช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงาน

พุฒิพงศ์ กล่าวว่า สนามบินสมุยรองรับ 7580 เที่ยวบิน/วัน หรือรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนที่เข้าออกต่อวัน แต่ปัจจุบันมีข้อจำกัดของสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมด้านเสียง ถูกจำกัดให้บินได้วันละ 36 เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก หรือ 12 ล้านคน/วัน แต่บริษัทกำลังขอเพิ่มเป็น 50 เที่ยวบินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แห่งหนึ่งประเมินว่า ปีนี้กำไรของ BA ไม่สดใสเพียง 738 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 932 ล้านบาท เพราะผลกระทบจากการเมืองไม่สงบก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะกลับมาเติบโตปี 2558 และ 2559 ที่ 2,280 ล้านบาท และ 2,658 ล้านบาท ตามลำดับ เพราะคาดว่าจะเพิ่มเที่ยวบินสมุยภายในปลายปี 2558 โดยเน้นเปิดเส้นทางใหม่สู่จีน

ล่าสุด BA ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงมาตรฐานบัญชีกองทุน กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) ทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายทางบัญชีสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสะสมติดลบ และมีแผนจะนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นที่ได้จากการระดมทุนมาล้างขาดทุน เพื่อจ่ายปันผลในอนาคต

“เราขาดทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เมื่อนำเข้าจดทะเบียนใน ตลท.ทำให้ส่วนล้ำมูลค่าหุ้นสูงมาล้างขาดทุนสะสมให้หมด ทั้งนี้จะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปนำส่วนล้ำมาล้าง เพื่อให้จ่ายปันผลได้ตามนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ” อนวัช กล่าว

บริษัทมีการประกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันสูงสุด 70% และต่ำสุด 50% ล่าสุดไตรมาสแรกประกัน 50% และประกันไตรมาส 2 บางส่วน

นอกจากนั้น ยังมีความเสี่ยงจากการขายหุ้นส่วนตัวของปรมาภรณ์ให้สถาบันในวันแรกที่เข้า ตลท.เพราะหุ้นดังกล่าวไม่มีกำหนดห้ามซื้อขาย ทำให้นักลงทุนที่ซื้อหุ้นชุดนี้ไปอาจขายหุ้นที่ซื้อไปออกมาได้ทันที

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน