
สะสมหุ้น
เก็บตก “มุมมองการลงทุน” จากกระดานสนทนาบนเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต โดย “ตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Thana chart103” ที่มาไขข้อข้องใจทุกการลงทุน
เก็บตก “มุมมองการลงทุน” จากกระดานสนทนาบนเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต โดย “ตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Thana chart103” ที่มาไขข้อข้องใจทุกการลงทุน
จากข้อมูล ณ วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา “ตระกูลจิตร” มองว่า ยุโรปยังถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แผ่วลงไปมาก แม้ประเทศหลักๆ อย่างเยอรมนีก็แผ่ว เนื่องจากปัจจัยที่กดดันยุโรปมาจากเศรษฐกิจโลกไม่ได้ฟื้นเร็ว แล้วมีการแซงชั่นรัสเซียที่กระทบยุโรปซึ่งมีการค้าขายระหว่างกันมากกว่าประเทศอื่นๆ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ทรงหรือชะลอลงนิดหน่อย ไม่ได้ช่วยให้ยุโรปได้รับผลบวกมากนัก ค่าเงินยูโรก่อนหน้าก็แข็งมากเกินแม้เศรษฐกิจยังไม่แข็งแรง
ตัวเลขเศรษฐกิจแผ่ว ขณะที่เงินเฟ้อลดลงต่ำใกล้ศูนย์ ทำให้คนกังวลภาวะเงินฝืดในยุโรปมากขึ้น และคาดหวังว่าธนาคารกลางจะมีมาตรการทางการเงินที่ผ่อนคลายมากๆ เช่น QE แบบอเมริกา แต่ยุโรปไม่เหมือนอเมริกาที่เป็นประเทศเดียว ทำได้ง่ายและเร็ว
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงรวดเร็วอาจช่วยส่งออกให้กระเตื้องขึ้นได้บ้างในระยะถัดไป ประเทศหลักอย่างอเมริกาชัดเจนขึ้นว่าเศรษฐกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการลงทุนและการบริโภค ก็น่าจะกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศให้ดีขึ้นในระยะต่อไป
ความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของยุโรปและทิศทางดอกเบี้ยในอเมริกา คงกดดันตลาดช่วงนี้ระยะหนึ่ง แล้วปกติเดือน ก.ย.ต.ค. มักจะเป็นช่วงที่ตลาดจะค่อนข้างซบเซาเป็นแบบนี้มาหลายปี
สำหรับบ้านเราแนวโน้มเศรษฐกิจก็จะไม่ฟื้นตัวเร็ว เพราะส่งออกไม่กระเตื้อง การบริโภคยังชะลอตัวในระดับต่ำ ราคาพืชผลการเกษตรไม่ค่อยดีหรือไม่ดีเลย มันไปลดทอนกำลังซื้อด้านการจับจ่ายใช้สอย สินเชื่อขยายตัวต่ำ แรงผลักดันเศรษฐกิจระยะสั้นจึงมีน้อย ภาครัฐจึงต้องเป็นผู้นำเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ตั้งไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ให้ใช้จ่ายเร็วขึ้น เร่งการลงทุนในโครงการใหญ่ๆ ที่ล่าช้ามานาน การอัดฉีดเงินช่วยประชาชนรากหญ้า เศรษฐกิจคงดีขึ้นแต่ไม่เร็ว แล้วที่ดีขึ้นจะไปอยู่ปีหน้า แต่คงไม่ได้สูงมากอย่างที่หลายคนคาด เช่น 5% มันไม่ง่าย น่าจะ 34% มากกว่า
ตลาดหุ้นไทย Perform ดีมานานเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในโลก จึงมีการขายทำกำไรบ้างหลังจากขึ้นมาโดยไม่ได้พักใหญ่ๆ และกำไรกันเยอะ หากมองออกไปยาวขึ้น เศรษฐกิจโลกคงค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ สนับสนุนโดยอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังคงต่ำต่อ มาตรการของประเทศต่างๆ ที่เน้นการกระตุ้น ช่วยเหลือมากกว่าเบรก การปรับขึ้นดอกเบี้ยในบางประเทศอาจมีบ้างแต่ไม่มากนัก ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ได้ฟื้นตัวดีโดยภาพรวมหรือเสมอกันอย่างทั่วถึง เมื่อคำนึงถึงโอกาสสร้างผลตอบแทนของหุ้นเทียบกับตราสารหนี้หรือสินทรัพย์ประเภทอื่นในระยะยาวออกไป หุ้นก็ยังน่าสนใจกว่า แต่ผลตอบแทนจากหุ้นจะไม่สูงมากดังเช่นในอดีตเพราะการขยายตัวของกำไรจะไม่ได้สูงมาก ประกอบกับหุ้นขึ้นมาพอสมควรในตลาดส่วนใหญ่
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ลงทุนในหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ในระยะยาว แต่ตลาดจะผันผวนมากขึ้น ต้อง Balance ความเสี่ยงให้ดี ใช้จังหวะและโอกาสของตลาดในการสะสมลงทุนหรือถ้าตลาดกลับมาขึ้นมากเกินควรในเวลาอันสั้นก็อาจแบ่งขายทำกำไรไปบ้าง จังหวะตลาดอ่อนตัวแบบนี้น่าจะเริ่มสะสมลงทุนใน LTF, RMF ได้แล้ว ยังไงก็ต้องอยู่ยาวอยู่แล้ว ดีกว่าไปรอซื้อปลายปีที่เงินมักจะเข้าตลาดกันตอนนั้นครับ







