
หุ้นไทยปิดเช้าร่วง10.93 จุด
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปิดตลาดลดลง 10.93 จุด ที่ 1,541.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,040 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าปิดตลาดลดลง 10.93 จุด ที่ 1,541.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,040 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ดัชนีหุ้นดิ่งลงตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้า ปิดที่ 1,541.79 จุด ลดลง 10.93 จุด ลดลง 0.70% มูลค่าการซื้อขาย 17,040.62 ล้านบาท
บล.เคทีซีมิโก้ ระบุว่า ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลดลง ตามการอ่อนตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป หลังจากนักลงทุนวิตกเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทั้งนี้ คาดดัชนีวันนี้ ย่อลงให้แนวรับ 1,535-1,540 จุด และแนวต้าน 1,562-1,570 จุด เพราะวิตกผลกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อาจถูกปรับลดรอบใหม่ หลังเศรษฐกิจเติบโตแย่กว่าคาด
กลยุทธ์แนะนำระยะสั้น แนะนำ เก็งกำไรแบบมีจุดขายตัดขาดทุน 3% หุ้นอิงนโยบายรัฐบาล ส่วนระยะยาว รอทยอยสะสมเพิ่มบริเวณ 1,515-1,520 เน้นหุ้นราคาถูกที่มีการจ่ายปันผลดีเช่น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)
บล.ทิสโก้ เชิ่อว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ น่าจะอ่อนลงไม่มาก ประเด็นหลักคือ ห่วงเศรษฐกิจยุโรปถ่วงการเติบโตเศรษฐกิจโลกปีหน้า เพราะกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหภาพยุโรปที่อ่อนแอลงต่อเนื่องยังคงกดดันหุ้นโลกร่วงต่อเมื่อคืนวันศุกร์เฉลี่ยมากกว่า 1% และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ปรับลดมุมมองเครดิตของฝรั่งเศสจาก “มีเสถียรภาพ” เป็น “เชิงลบ” และปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ GDP ปี 2557 ลง
ทั้งนี้ มองดัชนี มีโอกาสปรับลงตามหุ้นโลกแต่จะไม่รุนแรง เพราะเม็ดเงิน LTF & RMF จ้องเข้าลงทุนช่วงอ่อนตัว ให้แนวรับ 1,544-1,545 แนวต้าน 1,560-1,565 กลยุทธ์การลงทุน เทรดสั้น ต้องเข้าออกไว ลงทุน ทยอยสะสมไม่ต้องรีบร้อน เนื่องจากมองการปรับตัวขึ้นของดัชนีเป็นเพียงการรีบาวด์ ซึ่งไม่น่าเกินระดับ 1,570 แล้วลงปรับฐานต่อจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงปลายเดือนนี้ไปแล้ว เพราะรอความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในการประชุม FED 28-29 ต.ค. นี้
มอง SET มีโอกาสกลับมาวิ่งขึ้นไปทดสอบแถว 1650 ภายในไตรมาส 4/57 และ 1700 ภายในไตรมาส 1 ปี 2558 ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก คือ 1.การเร่งตัวทุกไตรมาสของ GDP ไทยนับจากไตรมาส 4 ปีนี้ไปจนถึงไตรมาส 3 ปีหน้า 2.เม็ดเงิน LTF & RMF ที่คาดว่าจะไหลเข้าในไตรมาส 4/57 ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท 3. โอกาสผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในอนาคต จากธนาคารกลางต่างๆ ของโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลให้แนวโน้มสภาพคล่องโลกเพิ่มขึ้น ไม่หดหายแม้คาด FED ยุติ QE ใน ต.ค.นี้ก็ตาม
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 853 ล้านบาท ปิดที่ 11.20 บาท ลดลง 0.20 บาท (-1.75%)
PTT มูลค่าการซื้อขาย 826 ล้านบาท ปิดที่ 358.00 บาท ลดลง 6.00 บาท (-1.65 %)
CPF มูลค่าการซื้อขาย 767 ล้านบาท ปิดที่ 32.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+2.34 %)
NPARK มูลค่าการซื้อขาย 613 ล้านบาท ปิดที่ 0.06 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 558 ล้านบาท ปิดที่ 225.00 บาท ลดลง 3.00 บาท (-1.32%)







