
เปิดแพ็คเกจอุ้มชาวสวนยางตั้งกองทุน5พันล.ดูแลราคา
รัฐเตรียมเข็นมาตรการช่วยชาวสวนยาง ผุดกองทุนรักษาระดับราคา 5 พันล้านบาท หนุนตั้งตลาดซื้อขายยางจริงในไทยหวังเป็นศูนย์กลางอาเซียน
รัฐเตรียมเข็นมาตรการช่วยชาวสวนยาง ผุดกองทุนรักษาระดับราคา 5 พันล้านบาท หนุนตั้งตลาดซื้อขายยางจริงในไทยหวังเป็นศูนย์กลางอาเซียน
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราอย่างยั่งยืนตามแนวทางของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ว่าประกอบด้วย 1. ด้านการตลาด จะมีการตั้งกองทุนรักษาระดับราคายางพารา วงเงิน 5 พันล้านบาท โดยใช้เงินคงเหลือจากโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางของรัฐบาลที่ผ่านมาเพื่อที่จะให้กองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการเข้าซื้อยางในราคานำตลาดเป็นระยะๆ หากราคาตลาดมีการตกลงมาผิดปกติ 2. ส่งเสริมการเปิดตลาดยางพาราใหม่ในประเทศอื่นเช่นรัสเซีย
3. ส่งเสริมการสร้างตลาดซื้อขายยางจริงในหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นกลไกคานตลาดของภาคเอกชน 4. การส่งเสริมให้มีการแปรรูปยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้นโดยการขับเคลื่อนสถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผู้แปรรูปรายใหญ่ ที่เข้าโครงการเงินกู้ของรัฐบาล 3 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เกิดการซื้อยางในตลาดเพิ่มขึ้น
“สำหรับมาตรการเยียวยาให้เกษตรกรผู้ปลูกยาง เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปนั้น รองนายกฯ เป็นผู้เดียวที่จะตอบได้ว่าจะช่วยเหลือเท่าไหร่อย่างไร ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะให้ 1พันบาทต่อไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่" แหล่งข่าวระบุ
ด้านการผลิตรัฐบาลมีเป้าหมายจะลดพื้นที่การปลูกยางเป้าหมาย 6 ล้านไร่ โดยการลดในพื้นที่บุกรุกพื้นที่ป่า 4-5 ล้านไร่ และการลดในพื้นที่เอกสารสิทธิ์ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.)ดูแลและให้การสงเคราะห์ประมาณ 1 ล้านไร่ โดยสกย.จะแก้ระเบียบให้สวนยางปลูกจำนวนต้นต่อไร่ลดลง จาก 60 ต้นต่อไร่เหลือ 40 ต้นต่อไร่ แต่ยังมีสิทธิเข้าโครงการเงินสงเคราะห์ 1.6 หมื่นบาทต่อไร่ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณต้นยางที่ให้ผลผลิตลดลงไปรวมประมาณ 7 แสนไร่ จะส่งผลให้สวนยางลดลงประมาณ 6-7 ล้านไร่จากสวนยางทั้งประเทศ 23 ล้านไร่ จะเหลือพื้นที่เปิดกรีดประมาณ 14 ล้านไร่ และปริมาณผลผลิตยางจะลดลงเหลือประมาณ 3.4 ล้านตันจากปัจจุบัน 4 ล้านตัน ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี
สำหรับการส่งเสริมการเปิดตลาดซื้อขายยางพาราจริง จะส่งเสริมในตลาดกลางซื้อขายยางของกรมวิชาการเกษตรใน 5 จุดคือ หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี บุรีรัมย์ หนองคาย และตลาดของกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 แห่งคือ ยะลา ตรัง สุราษฏร์ธานี บุรีรัมย์และอุดรธานี ทั้งนี้เป้าหมายคือเชื่อมโยงประเทศผู้ใช้ยางพารากับตลาดดังกล่าวเพื่อให้เกิดการซื้อขายยางจริง แทนการซื้อขายยางในตลาดกระดาษของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า โดยเป้าหมายไทยจะเป็นศูนย์กลางซื้อขายยางจริงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอโครงการเพิ่มเติมคือ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาว สวนยางรายย่อยไม่เกิน 1 แสนบาทต่อครัวเรือน เป้าหมาย 1 แสนราย โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย 1 % ทั้งนี้จะเสนอของบกลางเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 1,500 ล้านบาท ในระยะเวลาโครงการ 5 ปี และโครงการตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคา ที่ตรงกับแนวคิดของรองนายกรัฐมนตรี







