posttoday
ไทยครองแชมป์เริ่มต้นธุรกิจสูงสุดในโลก

ไทยครองแชมป์เริ่มต้นธุรกิจสูงสุดในโลก

10 ตุลาคม 2557

สสว.ร่วมกับม.กรุงเทพทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบพบไทยครองแชมป์ผู้ประกอบการเริ่มต้นทำธุรกิจสูงสุดในโลก

สสว.ร่วมกับม.กรุงเทพทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบพบไทยครองแชมป์ผู้ประกอบการเริ่มต้นทำธุรกิจสูงสุดในโลก

รายงานข่าวจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำโครงการข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา (GEM : Global Entrepreneurship Monitor) ปี 2557 พบว่า ผู้ประกอบการไทยในปี 2557 ครองแชมป์การเริ่มธุรกิจ หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในโลก คิดเป็นสัดส่วน 19.2% จากประเทศที่ทำการศึกษาจำนวน 63 ประเทศทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการมีอายุการประกอบธุรกิจมากกว่า 3.5 ปีขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 28.6% สูงเป็นอันดับหนึ่งในประเทศแถบอาเซียน+3 รวมทั้งทัศนคติของคนไทยต่อการเป็นผู้ประกอบการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนผลสำรวจด้านความกลัวที่จะล้มเหลวในการประกอบธุรกิจลดลง 8.12% สอดคล้องกับผลการศึกษาด้านทักษะความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งเพิ่มมากขึ้น 7.75%

พร้อมกันนี้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการที่ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตเท่าเทียมกับมาตรฐานสังคมสูงสุด คิดเป็น 82.6% แต่มีทัศนคติในการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการน้อยที่สุด คิดเป็น 37.9%

ทางด้านผลการเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างวิสาหกิจขนาดกลางกับวิสาหกิจขนาดย่อมของไทย พบว่า วิสาหกิจขนาดกลาง มีผลสำรวจทุกด้านสูงกว่าวิสาหกิจขนาดย่อม กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างวิสาหกิจขนาดกลางมีการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีพื้นฐานสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นผู้ริเริ่มดำเนินธุรกิจหรือมีธุรกิจส่วนตัวมาก่อน คิดเป็น 60% โดยประมาณ 44.6% ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อขายผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับธุรกิจคิดเป็น 58.1%

กลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม ส่วนใหญ่มีการศึกษาในระดับประถมและมัธยมศึกษา 38.1% ที่มีพื้นฐานสมาชิกครอบครัวเคยดำเนินธุรกิจหรือมีธุรกิจส่วนตัว โดย 19.2% ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และมีเพียง 12.8% ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการขายผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับธุรกิจ ส่วนทัศนคติมุมมองวิสาหกิจขนาดกลางมองว่า ในไทยมักได้รับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จในการก่อตั้งธุรกิจใหม่ตามสื่อต่างๆ อยู่เสมอ สูงกว่าวิสาหกิจขนาดย่อม

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาผู้ประกอบการ 3 อันดับแรก คือ 1.การสนับสนุนทางการเงิน คิดเป็น 69.64% แม้ว่าจะมีการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้นแต่การช่วยเหลือยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเงื่อนไขการอนุมัติที่ขาดความยืดหยุ่น 2.การเปิดกว้างของตลาด คิดเป็น 32.77% แม้ว่าผู้บริโภคในประเทศจะเปิดรับต่อสินค้าและบริการใหม่ๆ แต่ผู้ประกอบการรายเล็กในไทยไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอย่างเสรี เนื่องจากมีการกีดกันจากธุรกิจรายใหญ่ และ 3. นโยบายภาครัฐที่ยังขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ คิดเป็น 32.23%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ