
ศาลยุติศึกช่อง3ให้ออกอากาศคู่ขนาน11ต.ค.
ช่อง 3 เลิกจอดำบนโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล ศาลปกครองกลางชี้ขาดให้ออกอากาศคู่ขนานช่อง 33 เอชดี
ช่อง 3 เลิกจอดำบนโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล ศาลปกครองกลางชี้ขาดให้ออกอากาศคู่ขนานช่อง 33 เอชดี
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งวันที่ 8 ต.ค. ให้ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย เจ้าของช่องทีวีดิจิทัล 33 เอชดี สามารถนำรายการของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือ ช่อง 3 อะนาล็อก ไปออกอากาศแบบคู่ขนาน (Simulcast) ได้เช่นเดียวกับช่อง 7 และช่อง 9 และให้ช่อง 33 เอชดีส่งผังรายการออกอากาศให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) พิจารณาก่อนเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ต.ค.
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการช่อง 3 อะนาล็อก กล่าวว่า ช่อง 33 เอชดีจะเริ่มออกอากาศคู่ขนานได้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. เป็นต้นไป โดยผู้ชมผ่านโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล สามารถรับชมได้ทางช่อง 43 ขณะที่กล่องทีวีดิจิทัลรับชมผ่านช่อง 33 ซึ่งคำสั่งศาลปกครองที่ออกมาช่วยให้ทุกอย่างมีความชัดเจนทุกประเด็น หลังจากที่ผ่านมาช่อง 3 ไม่มั่นใจว่าการออกอากาศคู่ขนานภายใต้คนละบริษัทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
"ศาลได้ขอให้ทั้งช่อง 3 และกสท. ยอมถอยคนละก้าวและยอมเหนื่อย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งหลังจากนี้ช่อง 3 จะรีบจัดการเรื่องผังรายการเพื่อส่งกสท. ตามเวลาที่กำหนด" นายสุรินทร์กล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการออกอากาศคู่ขนานอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มบีอีซี เวิลด์ เนื่องจากรายได้จากบีอีซี มัลติมีเดียจะเหลือเพียง ช่อง 3 แฟมิลี่ และช่อง 3 เอสดี แต่ในระยะยาวมั่นใจว่าจะมีรายได้จากฐานผู้ชมเอชดีมาทดแทนส่วนที่หายไป
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกสท. กล่าวว่า บอร์ดกสท. จะประชุมทันทีวันที่ 10 ต.ค. เพื่ออนุมัติผังรายการของช่อง 33 เอชดีให้ออกอากาศได้ทันวันที่ 11 ต.ค.
สำหรับข้อพิพาทระหว่างช่อง 3 และ กสท. กินเวลายาวนานกว่า 1 เดือน นับตั้บแต่กสท. มีมติให้โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมต้องปลดสัญญาณช่อง 3 อะนาล็อกลงภายในวันที่ 30 ก.ย. และไม่สามารถหาทางออกเรื่องการออกอากาศคู่ขนานได้ จนกระทั่งช่อง 3 ได้ยื่นขอคุ้มครองฉุกเฉินเมื่อวันที่ 26 ก.ย.
อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ขยายเวลาให้ช่อง 3 ยังคงออกอากาศบนโครงข่ายทั้งสองต่อไปได้จนถึงวันที่ 11 ต.ค. เวลา 16.30 น. โดยระหว่างนี้ให้ช่อง 3 ไปเจรจากับกสท. แต่ยังไม่สามารถเจรจากันได้ จนต้องเรียกไต่สวนอีกครั้งวันที่ 8 ต.ค. ก่อนศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว







