
ยืมหุ้นขายเฉียด3พันล.-แบงก์เจอหนัก
มองข้ามช็อตตลาดปรับฐานยืมหุ้นขายเฉียด 3000 ล้านบาท กลุ่มแบงก์เจอหนักสองเด้ง
มองข้ามช็อตตลาดปรับฐานยืมหุ้นขายเฉียด 3000 ล้านบาท กลุ่มแบงก์เจอหนักสองเด้ง
จากการรวบรวมธุรกรรมการยืมหุ้นขายล่วงหน้า (ชอร์ต) ตั้งแต่วันที่ตลาดเริ่มปรับฐานคือ วันที่ 29 ก.ย. ถึงวันที่ 6 ต.ค. 2557 พบว่าที่ปริมาณการยืมหุ้นไปขายล่วงหน้ารวมกว่า 80 รายการ ซึ่งมีมูลค่ารวม 2,970.20 ล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกยืมขายล่วงหน้ามากสุดคือ หุ้นธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถูกยืมขายมากสุด มูลค่ารวม 591.06 ล้านบาท รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) มีมูลค่ารวม 65.80 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มูลค่า 110.23 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่า 31.54 ล้านบาท และธนาคารทหารไทย (TMB) มูลค่า 5.03 ล้านบาท รวม 5 ธนาคารถูกยืมไปขาย 803.66 ล้านบาท
การที่นักลงทุนยืมหุ้นธนาคารพาณิชย์มาขายล่วงหน้ามีหลายเหตุผล โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายทวงหนี้ ที่จะทำให้มีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพราะกฎหมายห้ามบังคับหนี้จากผู้ค้ำประกัน รวมถึงการที่ BBL ถูกถอดออกจากการคำนวณดัชนี MSCI ด้วย
ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อสาร มีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ถูกยืมขาย 315.28 ล้านบาท และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ถูกยืมขาย 326.51 ล้านบาท ส่วนบริษัท ปตท. (PTT) ถูกยืมขาย 437.23 ล้านบาท และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 106.49 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งของหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวลดลงมากด้วยคือ การที่นักลงทุนสถาบันที่ลงทุนและมีการขายออกมาอย่างหนักในช่วงนี้ส่วนใหญ่ และหุ้นธนาคารพาณิชย์เป็นหุ้นที่สถาบันมีสัดส่วนการถือครองสูงสุดเช่นกัน ซึ่งจากหุ้น 10 ลำดับแรกที่กองทุนนิยมถือไว้ในพอร์ต (ข้อมูล ณ เดือน ส.ค.) ได้แก่ KBANK ถือโดย 148 กอง SCB 118 กอง BBL 117 กอง บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) 142 กอง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 131 กอง ADVANC 121 กอง PTT 104 กอง PTTEP 103 กอง
ทั้งนี้ การขายสถาบันยังเกิดขึ้นอีก หลังจากซื้อสะสมมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 ถึงปัจจุบันซื้อสะสม 1.53 แสนล้านบาท และเมื่อคิดตามมูลค่าตลาดมีมูลค่ากว่า 1.68 แสนล้านบาท เท่ากับว่าสถาบันมีกำไรกว่า 9.9% ด้วยทุนเฉลี่ยดัชนีอยู่ที่ 1,424 จุด ปี 2557 สถาบันในประเทศยังเหลือยอดซื้อสุทธิกว่า 2.48 หมื่นล้านบาท เมื่อคิดเป็นมูลค่าตลาดจะได้ 2.96 หมื่นล้านบาท ทุนเฉลี่ย 1,403 จุด สถาบันมีกำไรกว่า 19%







