
ผู้บริหารบจ.มองจีดีพีปีนี้โต 1.5%
ตลท.เผยผลสำรวจผู้บริหารบจ.มองจีดีพีปีนี้โต 1.5%
ตลท.เผยผลสำรวจผู้บริหารบจ.มองจีดีพีปีนี้โต 1.5%
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลท. ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เผยผลสำรวจจัด CEO Survey เพื่อนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจผ่านความคิดเห็นและมุมมองซีอีโอบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีบทบาทมากในตลาดทุนไทย จำนวนทั้งสิ้น 77 บริษัทจาก ทั้งหมด 650 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งเป็นตจากตลาดหลักทรัพย์ 67 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 10 แห่ง
ทั้งนี้ ผลสำรวจครั้งนี้ซีอีโอมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดี หลังจากการเมืองมีเสถียรภาพ โดย 66 % ของซีอีโอที่ร่วมตอบผลสำรวจ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มากกว่า 1.5 %ในปี 2557 และมองแนวโน้มธุรกิ จใน 6 เดือนข้างหน้าจะดีขึ้นกว่าปัจจุบันทั้งในส่วนของภาวะอุตสาหกรรม ผลการดำเนินงาน และคำสั่งซื้อ สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มองว่าสภาพคล่องของธุรกิจจะเหมือนเดิมหรือดีขึ้น รวมถึงอาจจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งในทางตรงข้ามสิ่งที่ซีอีโอมีความกังวลมากคือ การขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือ
ขณะที่ผ่านมาภาคธุรกิจมีการเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั้งระยะยาวและระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับราคาสินค้า การขยายตลาดส่งออกใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนั้น 82% ของตอบผลสำรวจคาดว่าจะลงทุนเพิ่มในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยวางแผนขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์หรือใช้กำไรสะสม และมีความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาทในอีก 6 เดือนข้างหน้า
สำหรับในประเด็นการปฏิรูปประเทศ ซีอีโอกว่า 2 ใน 3 ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาระยะยาวกับการปราบปรามทุจริตและคอร์รัปชั่นเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ การปฏิรูปการเมืองและระบบราชการ รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่มองว่านโยบายปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจที่ควรเร่งดำเนินการคือ การปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐให้มีความคล่องตัวและรับกับการเปลี่ยนแปลง การส่งเสริมนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาดัชนี้ตัวชี้วัดตลาดทุนอีกหลายดัชนีตัว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุน รวมถึงผู้วางแผนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายได้ต่อไป โดยร่วมมือกับหลากหลายสถาบันวิจัยชั้นนำระดับประเทศ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภาคการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลงานที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถสะท้อนมุมมองต่อตลาดทุนไทยทันต่อสถานการณ์ได้ดี เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุน รวมถึงผู้วางแผนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศจะสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายได้ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถทำการเผยแพร่ได้เป็นลำดับในช่วงภายในปี 2558







