
พิสูจน์ซากไม้เขาใหญ่อยู่ครบ
แจงออป.ฝากกรมทางหลวงให้ดูแล
‘
โสภณ’ย้ำเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนโพสต์ทูเดย์
— พิสูจน์ท่อนไม้เขตทางเขาใหญ่ 128 ตัน อยู่ครบ “คมนาคม” อ้าง อ.อ.ป.ฝากไว้ที่กรมทางหลวง ดูแลให้อย่างดี ไม่มีปัญหาแอบนำไปใช้สร้างบ้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีขยายถนนเส้นทางหมายเลข 2090 ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแนวเชื่อมต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่า พื้นที่โดยรอบเขตทางไม่ได้เป็นพื้นที่ป่า แต่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
ยกเว้นในบริเวณที่ติดกับภูเขา ต้นไม้ที่อยู่ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไม้ยูคาลิปตัส ไร่มันสำปะหลัง และไม้กระถิน รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่ และไม้หวงห้ามอยู่ในพื้นที่เขตทางด้วย แต่จากการตรวจสอบพบว่าท่อนไม้ที่ถูกตัดยังอยู่ครบ
การดำเนินการดังกล่าว กรมทางหลวงได้ขยายทางตั้งแต่ปี 2547 ระยะทาง 2 กิโลเมตร จึงเหลือพื้นที่ที่ต้องขยายเพิ่มเติมราว 6 กิโลเมตร และก่อนดำเนินการได้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ สำรวจออกแบบเส้นทาง และประสานไปยังกรมอุตสาห กรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ เข้ามาทำการตรวจสอบต้นไม้ที่อยู่ในเขตทางว่า ต้นไม้ต้นใดสามารถตัดได้และต้นใดเป็นไม้หวงห้าม โดยลงบันทึกในบัญชี และทำเครื่องหมายสีขาวไว้บนต้นไม้ที่ห้ามตัดอย่างชัดเจน
สำหรับกระบวนการตัดและชักลากต้นไม้เป็นหน้าที่ของ อ.อ.ป. เพียงแต่หลังจาก อ.อ.ป.ตัดชักลากไม้ออกจากพื้นที่เขตทางแล้ว ได้นำไม้มาฝากไว้ที่พื้นที่สงวนของกรมทางหลวงที่กิโลเมตร 16 ซึ่งกรมทางหลวงก็รับฝากและดูแลให้อย่างเต็มที่
นายโสภณ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติของ อ.อ.ป. และกรมทางหลวง ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ถูกต้อง แต่ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ระดับบนมีความขัดแย้งกันหรือไม่ และไม่ทราบว่าที่ระบุมีการนำไม้ไปสร้างบ้านนักการเมืองออกมาได้อย่างไร แต่ที่ยืนยันได้คือไม่ใช่นักการเมืองของกระทรวงคมนาคม
สำหรับการต่อต้านจากภาคประชาชน การต้องการความเจริญ ความสะดวกในการเดินทาง ก็จำเป็นที่ต้องตัดต้นไม้ออกบ้าง แต่ไม่ได้ละเลยเรื่องสิ่งแวดล้อม
ได้มีการร่วมมือกับ อบต. ของพื้นที่ ทำโรงการปลูกป่าทดแทนทุกครั้งที่มีการตัดถนน ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือ ทำอย่างไรที่จะสร้างความสมดุลในการอยู่ร่วมกันระหว่าง คน ความเจริญและสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างไม่เสียสมดุล พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการให้กรมทางหลวงทำการขยายถนนออกมาแสดงความต้องการ และแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการขยายเส้นทางดังกล่าว เพราะกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงไม่ได้ต้องการยัดเยียดความเจริญให้ประชาชน
ด้านนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ไม้ทั้ง 128 ต้นที่ถูกตัดยังอยู่ครบ ในความดูแลของ อ.อ.ป. ซึ่งกรมทางหลวงเพียงแต่อำนวยความสะดวกเรื่องพื้นที่จัดเก็บตามที่ได้รับการประสานไว้เท่านั้น
กรณีตรวจพบไม้ที่ทำเครื่องหมายสีขาว ซึ่งหมายถึงไม้ห้ามตัด อยู่ในพื้นที่จัดเก็บ ขอชี้แจงว่า นักวิชาการป่าไม้ได้ลงความเห็นให้ อ.อ.ป.ดำเนินการตัด เพราะเป็นไม้ขนาดใหญ่ ไม่สามารถที่จะชักลากไปปลูกในพื้นที่อื่นได้ และยอมรับว่าพื้นที่เก็บไม้ของกรมทางหลวงเป็นพื้นที่หวงห้าม จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่โดยตลอด
ระหว่างที่รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้มีประชาชนหลายกลุ่มเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งการมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดยบอกว่า หากต้องตัดต้นไม้เพื่อสร้างถนนให้สัญจรได้สะดวกและปลอดภัยขึ้นก็ยอมได้ แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ขอให้มีการปลูกต้นไม้ทดแทนเพื่อรักษาภูมิทัศน์ที่สวยงาม และรักษาสิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่มที่มาคัดค้านโครงการ และกลุ่มกรีนพีซ ก็ได้มาเรียกร้องให้ระงับการขยายพื้นที่ถนน เนื่องจากเห็นว่าไม่คุ้มค่าและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่







