posttoday
เอกชนคุย"จักรมณฑ์"ดันตั้งสภาเอสเอ็มอี

เอกชนคุย"จักรมณฑ์"ดันตั้งสภาเอสเอ็มอี

06 ตุลาคม 2557

ผู้ประกอบการรายย่อยรวมพลังผลักดันตั้งสภาเอสเอ็มอีให้เร็วที่สุด มั่นใจรัฐได้ภาษีปีละกว่า 3 หมื่นล้าน

ผู้ประกอบการรายย่อยรวมพลังผลักดันตั้งสภาเอสเอ็มอีให้เร็วที่สุด มั่นใจรัฐได้ภาษีปีละกว่า 3 หมื่นล้าน

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย พร้อมแกนนำผู้ประกอบการได้เข้าพบหารือกับนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เพื่อผลักดันแนวทางการจัดตั้งสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาธุรกิจเอสเอ็มอี) ขึ้นมาโดยเร็ว ด้วยการออก พ.ร.บ.จัดตั้งสภาธุรกิจฯ ขึ้นมาให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีให้ครอบคลุมทั้ง 2.79 ล้านราย และนำเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง

นางเพ็ญทิพย์ กล่าวว่า ในปัจจุบันมีเอสเอ็มอีที่เข้าสู่ระบบและจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมายแค่ 3.9 แสนราย แต่ยังมีผู้ประกอบการรายย่อยอีกกว่า 2.4 ล้านราย ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนนิติบุคคล หากสามารถนำเอสเอ็มอีกลุ่มดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบได้ รัฐบาลจะสามารถเก็บรายได้จากภาษีเอสเอ็มอีได้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเอสเอ็มอีกลุ่มนี้จะมีรายได้รวมปีละกว่า 8.64 แสนล้านบาท เฉลี่ยรายได้เดือนละกว่า 3 หมื่นบาท

นอกจากนี้ การดึงเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในระบบจะทำให้ผู้ประกอบการมีเครือข่ายทางธุรกิจ สามารถพัฒนาการตลาดและสินค้าให้มีมาตรฐานมากขึ้น

ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ก.ย. 2557 ได้เสนอแนวทางจัดตั้งสภาธุรกิจฯ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องผลักดันกฎหมายการจัดตั้งสภาธุรกิจฯ เข้าไปสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อออกเป็นกฎหมาย โดยปัจจุบันสภาธุรกิจฯ มีสมาคมเอสเอ็มอีเป็นสมาชิกแล้ว 40 สมาคม มีจำนวนธุรกิจกว่า 4 แสนราย ที่สนับสนุนจัดตั้งสภาธุรกิจเอสเอ็มอีขึ้นมาเพื่อเป็นปากเสียงในการสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการแก่รัฐบาล

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสภาธุรกิจฯ ได้ลงนามร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีวงเงินรวม 1.9 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น โดยมีสมาคมเครือข่ายได้ลงนามไปแล้ว 12 สมาคม

นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการรวมกลุ่มจัดตั้งสภาธุรกิจฯ แต่ต้องพิจารณาว่าควรจัดตั้งหรือมีการรวมกลุ่มในรูปแบบใดจะเหมาะสมมากที่สุด เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับการรวมกลุ่มกับผู้ประกอบการหรือสมาคมธุรกิจอื่นที่มีอยู่ ซึ่งจะต้องพิจารณาทั้งเรื่อง 1.การทำประชาพิจารณ์จากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 2.การพิจารณากฎหมายเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ 3.การมีสภาธุรกิจเอสเอ็มอีควรจะมีกฎหมายใดมารองรับ

บรรยายภาพ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ