
ส่งออกข้าวปีหน้าแข่งเดือด
ผลผลิตอินเดียเวียดนามสูงกว่าที่คาดไว้ส่งสัญญาณตั้งรับราคาในประเทศตกต่ำ
ผลผลิตอินเดียเวียดนามสูงกว่าที่คาดไว้ส่งสัญญาณตั้งรับราคาในประเทศตกต่ำ
เอกชนห่วงปีหน้าส่งออกข้าวแข่งดุ หลังผลผลิตข้าวลดลงน้อยกว่าที่คาด สต๊อกรัฐ 18 ล้านตันถ่วง
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ผู้ส่งออกมีความเป็นห่วงว่าราคาข้าวเปลือกภายในประเทศ ฤดูกาลผลิต 2557/2558 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากคาดว่าผลผลิตข้าวของประเทศผู้ผลิตข้าวทั่วโลกจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ ว่าภัยแล้งจะทำให้ผลผลิตข้าวทั่วโลกลดลงอย่างมาก โดยเบื้องต้นคาดว่าผลผลิตข้าวสารทั้งปีการผลิต 2557/2558 ของเวียดนามจะเพิ่มขึ้นมา อยู่ที่ระดับ 2829 ล้านตัน ส่วนไทยคาดว่าจะมีผลผลิตข้าวนาปี 24 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 15 ล้านตันข้าวสาร ไม่รวมผลผลิตข้าวนาปรัง ในขณะที่ผลผลิตข้าวของอินเดียจะลดลงจากปกติเพียงเล็กน้อย
“ผลผลิตข้าวปีนี้น่าจะออกมามากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมว่าผลผลิตจะลดลงอย่างมากจากปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะอินเดียที่คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวเปลือกอยู่ที่ 103 ล้านตัน ลดลงจากปกติที่มีผลผลิตอยู่ที่ 105106 ตัน และทำให้อินเดียยังคง เป็นคู่แข่งออกข้าวที่สำคัญของไทยส่วนเวียดนามคาดว่าจะส่งออกข้าวได้ 78 ล้านตันในปีหน้า” นายชูเกียรติ กล่าว
นายชูเกียรติ ระบุว่า ตลาดส่งออกข้าวปีหน้าจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และราคาข้าวคงปรับตัวขึ้นได้ยาก โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่ไทยมีข้าวสารในสต๊อกสูงถึง 18 ล้านตัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีนด้วยว่ามีความต้องการซื้อมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าห่วง คือ การที่เวียดนามเข้ามาแย่งตลาดข้าวแอฟริกาไปจากไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่เวียดนามส่งออกไปแอฟริกาสูงถึง 1.2 ล้านตัน จากปีก่อน 9 แสนตัน
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวของไทยตามนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับการผลิตและการตลาดข้าวของไทยให้สูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร คาดว่ายุทธศาสตร์จะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ ก่อนให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พิจารณาเห็นชอบ และเสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานต่อไป
“เราคิดไกลกว่านั้น คือ ไม่ใช่คิดแต่ราคา เพราะถ้าคิดแค่ราคา เมื่อเวลาราคาตลาดโลกตกต่ำ ชาวนาไทยก็ต้องขายข้าวต่ำด้วย แต่ตอนที่ราคาตลาดโลกสูง ชาวนาไทยกลับขายข้าวได้ในราคาไม่สูง จึงต้องมาคิดว่าทำอย่างไรให้กลไกตลาดเดินไปได้ ไม่ใช่ผลิตมากจนทำให้ราคาตก รวมทั้งหารือกับเพื่อนบ้านไม่ให้ขายข้าวตัดราคากัน” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว







