posttoday
มุมมองเอสแอนด์พี 19 บริษัทชั้นนำของไทย

มุมมองเอสแอนด์พี 19 บริษัทชั้นนำของไทย

06 ตุลาคม 2557

บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลกได้ประกาศผลสำรวจบริษัทขนาดใหญ่ของไทยประมาณ 20 แห่ง

บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลกได้ประกาศผลสำรวจบริษัทขนาดใหญ่ของไทยประมาณ 20 แห่ง เทียบบริษัทในอาเซียน ปี 2556 เพื่อให้เครดิตในอนาคต ดังนี้

1.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เครดิตA /คงที่

ความเสี่ยงทางธุรกิจเป็นที่น่าพอใจ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินน้อย

กลุ่มธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

แข็งแกร่งในกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมของไทย

อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของบริษัทกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม

มีการบริหารเงินสดได้อย่างแข็งแกร่งและหนี้น้อย

เพิ่มความสามารถในการแข่งขันสำหรับลูกค้า 3จี

จัดการความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ธุรกิจนี้ได้ดีในเมืองไทย

มีการเพิ่มเงินลงทุนในเครือข่าย

2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT)

ความเสี่ยงทางธุรกิจมีความแข็งแกร่ง

ความเสี่ยงทางด้านการเงินมีกระแสเงินสดตั้งแต่ปี 2552 และมีการปรับปรุงการใช้จ่ายด้านเงินทุน

มีขนาดเล็กเทียบสนามบินหลักของโลก

ความเสี่ยงจากผู้มีส่วนได้เสียยังกดดันกำไรสายการบินในประเทศ

ได้รับผลกระทบเครดิตจากผู้ถือหุ้นที่เป็นภาครัฐ

3.บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH)

ความเสี่ยงทางธุรกิจ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ความเสี่ยงทางด้านการเงินระดับกลาง

กลุ่มธุรกิจการแพทย์

ธุรกิจการแพทย์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในประเทศ

ใช้ทุนในการลงทุนพัฒนาสินทรัพย์

กระแสเงินสดสูงและอัตรากำไรมั่นคงมานานมากกว่า 5 ปี

ครอบคลุม 60% ของโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ

เงินสดหมุนเวียนลดลงมากว่า 3 ปี เพราะการใช้เงินขยายโรงพยาบาล

เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการมีความสามารถในการเติบโตในตลาด

4.บริษัท บ้านปู (BANPU)

ความเสี่ยงธุรกิจอ่อนแอ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินเชิงรุก

ธุรกิจเหมืองแร่และโรงไฟฟ้า

เหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซีย มีขนาดใหญ่และมีต้นทุนที่เหมาะสม

ได้รับปันผลอย่างสม่ำเสมอจากธุรกิจโรงไฟฟ้าทำให้มีกระแสเงินสดมั่นคง

เหมืองที่อินโดนีเซียมีความเสี่ยงสูงจากความเสี่ยงประเทศและกฎเกณฑ์

หนี้เติบโตสูงช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะการบริหารสิ่งแวดล้อมสำหรับเหมืองถ่านหินและการเพิ่มเงินทุน

เงินสดลดลงจากการบริหารดอกเบี้ยของเหมืองถ่านหินที่อินโดนีเซีย

5.บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC)

ความเสี่ยงทางธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงทางการเงินระดับกลาง

กลุ่มค้าปลีก

มีส่วนแบ่งการตลาดขนาดใหญ่

มีเงินสดหมุนเวียนในการขยายร้านค้า

หนี้เพิ่มขึ้นในปี 2554ตามการขยายตัวของกองทุน

มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามความเสี่ยงของประเทศ รวมบรรยากาศทางการเมือง

เผชิญการแข่งขันสูงจากการเติบโตของร้านค้าและคู่แข่งขันที่รุกธุรกิจ

6.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)

ความเสี่ยงธุรกิจเหมาะสม

ความเสี่ยงทางการเงินระดับกลาง

ธุรกิจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

อัตราพื้นที่เช่าสูง 95%

ธุรกิจขนาดใหญ่และมีสินทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

มากกว่า 50% ของรายได้ค่าเช่าอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

รูปแบบธุรกิจมีนัยสำคัญ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วมากกว่า 3 ปี และคาดหวังว่าหนี้จะสูงขึ้นหลังจากมีกลยุทธ์เติบโตสูง

มีความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายมากกว่าตลาดค้าปลีกในภูมิภาคเอเชีย อย่างเช่นสิงคโปร์และฮ่องกง

เครดิตได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่มเซ็นทรัล

7.บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL)

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินหนี้สูง

กลุ่มค้าปลีก

ผูกขาดตลาดร้านค้าสะดวกซื้อในเมืองไทยและมีเงินสดหลังเข้าซื้อกิจการบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) เมื่อปี 2556

คาดหวังการเติบโตที่ดีในประเทศไทย

หนี้เพิ่มจากการซื้อกิจการ MAKRO

กำไรลดมีความเสี่ยงจากการรวมธุรกิจกับ MAKRO

รายได้ส่วนใหญ่มาจากในประเทศ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงจากความเสี่ยงประเทศ

8.บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW)

ความเสี่ยงธุรกิจเหมาะสม

ความเสี่ยงด้านการเงินมีนัยสำคัญ

กลุ่มโรงไฟฟ้า

มั่นคงมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ จีดีเอฟ ซูเอซ เอส.เอ.

อัตรากำไรและเงินสดมั่นคงจากการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยขึ้นราคาไฟฟ้าตามค่าไฟฟ้าผันแปรที่เพิ่มขึ้น

เงินสดหมุนเวียนเติบโตและมีสัดส่วนหนี้ที่ดีมาตั้งแต่ปี 2554 เพราะมีการลดการใช้จ่ายด้านการลงทุน

โรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ

ลูกค้าบางรายเป็นธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจยานยนต์และธุรกิจจักรยานยนต์

9.บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH)

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินน้อย

กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมและดาวเทียม

ถือหุ้น 40.45% ในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในไทย

จ่ายปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง

หนี้น้อยและมีความระมัดระวังด้านการเงิน

แยกการจัดการด้านผลการดำเนินงานจากเงินปันผลของ ADVANC

ผลงานไม่สะท้อนธุรกิจของบริษัท ไทยคม บริษัทย่อยผู้ประกอบการธุรกิจดาวเทียม

10.บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) เครดิต BB+คงที่

ความเสี่ยงทางธุรกิจอ่อนแอ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินเชิงรุก

ธุรกิจโรงกลั่นและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

เป็นกลยุทธ์สำคัญและได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ บริษัท ปตท.

บางผลิตภัณฑ์กระจายความเสี่ยงไปยังผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

หนี้สูงเพราะการใช้จ่ายเงินทุนสูงในสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสในการเติบโต

การบริหารงานเพื่อสร้างประสิทธิภาพเพราะมีโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพต่ำ

มีการบริหารความเสี่ยงหนี้ที่สูงและทำให้มีความผันผวนของความสามารถในการทำกำไรและการบริหารเงินสด

11.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) BBB+/คงที่

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินพอประมาณ

กลุ่มธุรกิจน้ำมันและสำรวจก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์

เป็นกลยุทธ์สำคัญของกลุ่ม ปตท.และรัฐบาลไทย

ผูกขาดธุรกิจในประเทศในธุรกิจต้นน้ำของน้ำมันและสำรวจก๊าซและผลิตภัณฑ์

มีกำไรแน่นอนและเงินสดแข็งแกร่ง

มีการระดมทุนจากนอกประเทศ

การผลิตต่ำและมีการสำรองมากกว่ากลุ่ม

เติบโตเชิงรุกและมีค่าใช้จ่ายสูง

มีความเสี่ยงในการพัฒนาองค์กรให้สำเร็จอย่างยั่งยืนและแหล่งสำรวจที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา

12.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เครดิต BBB/คงที่

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินระดับกลาง

ธุรกิจโรงกลั่นและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

ผูกขาดตลาดในประเทศด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมั่นคงในวงจรอุตสาหกรรมเพราะต้นทุนต่ำ และวัตถุดิบมาจากก๊าซธรรมชาติ

ระมัดระวังในนโยบายและการใช้จ่ายเงินทุน

โรงงานมีความเสี่ยง

ต้นทุนและอัตรากำไรต่ำตามธรรมชาติของการบริหารโรงกลั่น

13.บริษัท ปตท.(PTT) เครดิต BBB/คงที่

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินระดับกลาง

ธุรกิจน้ำมันสำรวจก๊าซและผลิตภัณฑ์ โรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้า

ผูกขาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศ

มีการผนึกธุรกิจทั้งต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

กระแสเงินสดแข็งแกร่ง

รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และให้การสนับสนุน

กำไรต่ำกว่าบริษัทพลังงานแห่งชาติอื่น

เติบโตเชิงรุกและใช้เงินทุนสูงแม้ว่าจะมีความยืดหยุ่น

14.บริษัท การบินไทย (THAI)

ความเสี่ยงทางธุรกิจอ่อนแอ

ความเสี่ยงด้านการเงินหนี้สูง

ธุรกิจขนส่งทางอากาศ

สายการบินขนาดใหญ่ 1 ใน 3 รายในประเทศ

รัฐบาลถือหุ้นใหญ่

หนี้สินต่อทุนเกือบสองเท่า รวมค่าเช่าดำเนินงานตั้งแต่ปี 2551 เพราะการเพิ่มทุน

มีความเสี่ยงสูงจากการแข่งขันและอัตรากำไรผันผวน

15.บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินระดับกลาง

ธุรกิจแบรนด์เครื่องดื่มและร้านอาหาร

ผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดแบรนด์ระดับบน

อัตรากำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย

เงินสดแข็งแกร่งมีการจำกัดเงินทุน

มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนของกฎเกณฑ์ในไทย

หนี้สูงตามการเข้าซื้อกิจการเฟรเซอร์แอนด์นีฟ โฮลดิ้ง เมื่อปี 2556 และเติบโตจากการซื้อกิจการ

16.บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เครดิต BBB/คงที่

ความเสี่ยงทางธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินระดับกลาง

กลุ่มโรงกลั่นและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

โรงกลั่นขนาดใหญ่ในไทย

โรงกลั่นครบวงจรขนาดใหญ่มีผลิตภัณฑ์ผสมผสานและต้นทุนต่ำ

กลยุทธ์สำคัญของกลุ่ม ปตท.

มีระดับการจัดการหนี้

มีวงจรธุรกิจเป็นสินค้าโภคภัณฑ์และมีเงื่อนไขในเรื่องทุน

มีความเสี่ยงในธุรกิจ

มีการใช้เงินทุนสูงและคาดว่ากระแสเงินสดจะเป็นลบ

17.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงด้านการเงินมีนัยสำคัญ

กลุ่มปิโตรเคมี กระดาษ และวัสดุก่อสร้าง

มีการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดี

มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศ

แข็งแกร่งด้านธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

มีความอ่อนไหวด้านราคาและวงจรของธุรกิจ

การแข่งขันเพิ่มขึ้น ปิโตรเคมีและกระดาษเป็นสินค้าโภคภัณฑ์

หนี้สินสุทธิต่อทุนเกือบสองเท่า รวมค่าเช่าดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2556 เพราะการเติบโตของการใช้เงินทุนและการซื้อกิจการ

18.บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC)

ความเสี่ยงธุรกิจน่าพอใจ

ความเสี่ยงทางด้านการเงินพอประมาณ

ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

ผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับสองของประเทศ

ระมัดระวังด้านการเงินหนี้ต่ำมีเงินสด

ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ เทเลนอร์ เอเอสเอ

เงินสดเหลือน้อยเพราะจ่ายปันผลสูง

มีความเสี่ยงสูงจากกฎเกณฑ์รัฐบาล

19.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)

ความเสี่ยงธุรกิจ-เหมาะสม

ความเสี่ยงทางด้านการเงิน-เชิงรุก

กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม

ผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมอันดับสามของ‌
ประเทศ

กระจายความเสี่ยงรายได้ข้ามธุรกิจไปยังโทรศัพท์‌
มือถือ โทรศัพท์พื้นฐานและเพย์ทีวี

ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์สูง

โครงสร้างเงินทุนดีตามการบริหารของบริษัท

เงินสดเป็นลบเพราะใช้เงินทุนสูง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย