
สิงห์เพิ่มแบรนด์ปั้นไซเดอร์เบย์ชิงตลาดอาร์ทีดี
สิงห์ขยายพอร์ตน้ำเมา โดดลงตลาดอาร์ทีดี ปั้นแบรนด์ใหม่ไซเดอร์ เบย์ ด้านเบียร์ไทยอิ่มตัว
สิงห์ขยายพอร์ตน้ำเมา โดดลงตลาดอาร์ทีดี ปั้นแบรนด์ใหม่ไซเดอร์ เบย์ ด้านเบียร์ไทยอิ่มตัว
แหล่งข่าวบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า บริษัทได้แตกไลน์เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม หรืออาร์ทีดี แบรนด์ไซเดอร์เบย์ ลงสู่ตลาด เพื่อขยายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นการแตกแบรนด์ใหม่ของบริษัทในรอบหลายปี
ทั้งนี้ การรุกตลาดอาร์ทีดี เพราะแนวโน้มตลาดขยายตัวต่อเนื่อง นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556-มี.ค. 2557 เติบโตถึง 27% เพิ่มจาก 36 ล้านลิตร เป็น 46 ล้านลิตร จากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ที่มีส่วนผสมของปริมาณดีกรีน้อย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยไซเดอร์ เบย์ มีปริมาณเพียง 3.5% เป็นเครื่องดื่มผสมน้ำผลไม้มีรสซ่าของไซเดอร์ มี 3 รสชาติ ราคา 30-32 บาท วางตลาดกลางเดือน ต.ค.นี้
ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มอาร์ทีดีในปัจจุบัน ยังไม่มีแบรนด์ใดวางโพซิชั่นนิ่งชัดเจน ว่าผู้ดื่มเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จึงเป็นช่องว่างให้ไซเดอร์ เบย์ เข้าไปทำตลาด ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านตัวแทนทั่วประเทศ และสถานบันเทิง ผับ บาร์ ช่วงกลางเดือนต.ค. รองรับกับช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ที่กำลังจะมาถึง มี 3 รสชาติ ระดับราคา ได้แก่ Syder Bay Reggae, Syder Bay Pop และ Syder Bay Jazz 3032 บาท ใกล้เคียงกับสปาย ไวน์ คูลเลอร์ ถูกกว่าบาคาร์ดีบรีซเซอร์ ราคา 59 บาท นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเบียร์มูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท ปีนี้จะเติบโต 12% ได้หรือไม่ ต้องลุ้นในไตรมาส 4 ว่าตลาดจะกลับมาเติบโตมากน้อยแค่ไหน กำลังซื้อของผู้บริโภคจะฟื้นตัวหรือไม่ หลังจาก 9 เดือน ตลาดแทบไม่เติบโต โดยสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 5%
สำหรับรายได้สิ้นปีของบริษัท ตั้งเป้าเติบโต 5% แต่หากมีรายได้เติบโต 1% ก็ถือว่าได้ตามเป้าหมายแล้ว จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.2 แสนล้านบาท ปัจจุบัน เบียร์สิงห์ เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 72% เบียร์ช้าง 24% และไฮเนเก้น 4% ขณะที่ตลาดอาร์ทีดีปัจจุบันมีแบรนด์บาคาร์ดี้เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งร่วม 60% ที่เหลืออีก 40% แบ่งเป็น สเมอร์นอฟ ไอซ์ และ สปาย ไวน์ คูลเลอร์







