
ออฟฟิศเมทลุยออนไลน์สร้างฐานไทยก่อนแข่งนอก
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการเข้ามาขยายช่องทางขายผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกับบริษัท ออฟฟิศเมท ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า หรือการเตรียมความพร้อมด้านการจัดส่งสินค้า
วรวุฒิ อุ่นใจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ออฟฟิศเมท กล่าวว่า หลังจากบริษัทได้จับมือร่วมกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น สร้างศูนย์กระจายสินค้าในรูปแบบ EBusiness Distribution Center ภายใต้โครงการ “WHA Mega Logistics Center Chonlaharnpichit Km. 5” ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทสามารถจัดเก็บสินค้าได้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 250% หรือเพิ่มการจัดเก็บสินค้าเป็น 1.2-1.5 แสนรายการในปี 2558 จากปัจจุบัน 2 หมื่นราย
หลังจากเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ออฟฟิศเมทก็เตรียมจะโปรโมทการทำตลาดสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะทำตลาดผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th ทั้งในด้านของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ นับตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ไปจนถึงสิ้นปี 2557 เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น
“สินค้าที่เรานำมาจำหน่ายผ่านเว็บไซต์เซ็นทรัลจะมีความหลากหลายกว่าเว็บไซต์ของออฟฟิศเมท ที่จะมีแต่สินค้าอุปกรณ์สำนักงานจำหน่ายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬา หรืออุปกรณ์สำนักงาน และนับตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป บริษัทจะเริ่มนำสินค้ากลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตประเภทอาหารแห้งเข้ามาจำหน่ายในเว็บไซต์เซ็นทรัลเพิ่มเติมอีก 1 หมื่น รายการ เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น” วรวุฒิ กล่าว
แนวทางธุรกิจดังกล่าว ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นตามความนิยมของการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่งผลให้การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ง่ายขึ้น ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวในปี 2558 บริษัทมีแผน ที่จะใช้งบ 100 ล้านบาทในการทำกิจกรรมการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจัง
“เว็บไซต์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมา เราคิดถึงการใช้งานผ่านมือถือเป็นตัวตั้ง เนื่องจากผู้บริโภคในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับมือถือ และเพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ในเดือน ธ.ค.นี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับการซื้อสินค้าโดยเฉพาะ” วรวุฒิ กล่าว
หลังจากออกมาเปิดเกมรุกธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจังนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป วรวุฒิคาดการณ์ว่าสิ้นปี 2558 จะมีรายได้จากธุรกิจออนไลน์คิดเป็นอัตราส่วนไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้รวมออฟฟิศเมท ที่คาดการณ์ว่า ปี 2558 จะกลับมาเติบโตเป็นไปตามปกติได้ที่ 15% เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา หลังจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทำให้มีรายได้เพียง 1 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปี 2556 ประมาณ 13-14%
“จากความนิยมของการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมตลาดสินค้าออนไลน์มีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 60-70% และจากการขยายตัวดังกล่าว คาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2560 ตลาดสินค้าออนไลน์ต้องดันตัวเองขึ้นมามีสัดส่วน 34% ของภาพรวมธุรกิจค้าปลีก ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าหลายแสนล้านบาทได้อย่างแน่นอน” วรวุฒิ กล่าว
นอกจากจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้าออนไลน์ในประเทศแล้ว ออฟฟิศเมทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจออนไลน์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าภายใน 1 วันให้ถึงมือลูกค้าได้มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ก็จะเข้าไปเปิดร้านออฟฟิศเมทในประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2558 จะเข้าไปเปิดร้านในประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย คาดว่าอีก 5 ปีจะมีจำนวนร้านออฟฟิศเมทเปิดให้บริการใน 3 ประเทศไม่ต่ำกว่า 25-30 สาขา ส่วนในประเทศไทยคาดว่าสิ้นปีจะมีร้านออฟฟิศเมทเปิดให้บริการครบ 55 สาขา
แม้ว่าจะมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน แต่วรวุฒิก็ยังไม่สามารถปักธงเป้าหมายรายได้ในอนาคตได้ เนื่องจากการทำธุรกิจต้องดูปัจจัยแวดล้อมเป็นตัวเสริม แต่จากแนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ที่กำลังไปได้สวย บวกกับการเดินหน้าขยายร้านใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีรายได้เติบโตปีละ 15% ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อมแน่นอน







