posttoday
ถึงเวลาแล้วที่จะเข้าสู่ยุคทองของการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

ถึงเวลาแล้วที่จะเข้าสู่ยุคทองของการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

06 ตุลาคม 2557

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.35-32.65 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นกรอบที่สูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากที่การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้นปรับเร่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากดัชนีเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเกือบเป็นเส้นตรง การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้น ส่วนหนึ่งเป็นไปตามที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในเกณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ที่ยังมีความเปราะบาง และมีแนวโน้มว่าจะต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นยูโรโซน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งจีน ขณะที่อีกส่วนเป็นไปตามการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วขึ้นในช่วงกลางปีหน้า ทำให้นักลงทุนเข้าหาเงินดอลลาร์เพิ่มมากขึ้น

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.35-32.65 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นกรอบที่สูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังจากที่การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้นปรับเร่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากดัชนีเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเกือบเป็นเส้นตรง การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้น ส่วนหนึ่งเป็นไปตามที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในเกณฑ์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลักๆ ที่ยังมีความเปราะบาง และมีแนวโน้มว่าจะต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นยูโรโซน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งจีน ขณะที่อีกส่วนเป็นไปตามการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วขึ้นในช่วงกลางปีหน้า ทำให้นักลงทุนเข้าหาเงินดอลลาร์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับสัปดาห์นี้ การซื้อขายโดยรวมน่าจะยังเป็นไปตามโมเมนตั้มของช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตามการรายงานตัวเลขสำคัญของสหรัฐ อย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตร ขณะที่กลางสัปดาห์ตลาดจะจับตามองรายละเอียดจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ ที่มีการประชุมไปเมื่อเดือน ก.ย.

ขณะที่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ประปรายที่ต้องจับตามอง คือ ตัวเลขจากจีนด้านการปล่อยสินเชื่อใหม่ และสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจโดยรวม การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษและออสเตรเลีย รวมถึงรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นจากการประชุมเมื่อเดือน ก.ย.

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐซื้อขายอยู่ในระดับที่สูงขึ้น โดยเปิดตลาดที่ระดับ 32.32 และค่อยๆ ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงต้นสัปดาห์มีประเด็นความขัดแย้งเรื่องการเมืองในเกาะฮ่องกงเข้ามาเป็นอีกประเด็นเพิ่มเติมกดดันสินทรัพย์ในเอเชีย โดยทำให้ค่าประกันความเสี่ยง Credit Default Swap ของจีนและเอเชียโดยรวมปรับสูงขึ้น สะท้อนมุมมองเชิงลบของนักลงทุน และกดดันการอ่อนค่าของค่าเงิน จากการขายสินทรัพย์ของนักลงทุนเพิ่มขึ้นบ้าง ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อย และไปทดสอบระดับแนวรับสำคัญที่ 32.40 ซึ่งเป็นระดับของค่าเฉลี่ย 200 วัน แต่ก็ไม่สามารถแข็งค่าต่อและผ่านระดับนี้ไปได้

นอกจากนี้ หากประเมินจากระดับทางเทคนิคอื่นๆ จะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทในปัจจุบันนั้น อยู่ในระดับที่อ่อนค่ากว่าระดับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้งแบบ 30 วัน 50 วัน และ 100 วันด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเราน่าจะได้เห็นค่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าได้อยู่ และปัจจัยในประเทศเอง ยังบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงเดือน ส.ค. (ตามการรายงานข้อมูลของแบงก์ชาติ) ออกมาชะลอลงเล็กน้อย ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยเองยังมีความเปราะบางอยู่ ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.50

สำหรับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั้งเงินยูโรและเยนนั้น ยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าอยู่ ค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั้งเงินยูโรและเยนนั้น ยังอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่าอยู่ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.2684 โดยการเคลื่อนไหวของเงินยูโรส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยการคาดการณ์เกี่ยวกับการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ที่ได้มีการส่งสัญญาณให้แก่นักลงทุนตั้งแต่การประชุมในเดือนก.ย.แล้วว่า จะออกมาให้รายละเอียดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตั้งแต่เดือนก.ย.นั้น ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงแล้วมากถึงเกือบ 4% จากระดับ 1.31 ช่วงต้นเดือนก.ย. อย่างไรก็ดี ประธานธนาคารกลางยุโรปไม่ได้มีการส่งสัญญาณมากเท่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ แม้จะยังย้ำว่าพร้อมที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็น ทำให้หลังการประชุมตลาดแสดงความผิดหวังเล็กน้อย และเห็นการกลับเข้าซื้อเงินยูโรเพิ่มขึ้นบ้างหลังจากที่มีแรงขายไปจำนวนมากช่วงก่อนหน้า ทำให้เงินยูโรปรับขึ้นไปทดสบระดับ 1.27 ได้ในช่วงสั้น หลังจากที่ก่อนหน้าเคล่อนไหวที่ระดับประมาณ 1.2630 สำหรับในสัปดาห์ที่ป่านมา และปิดตลาดที่ 1.2619 หลังจากตลาดกลับมาโฟกัสตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

ส่วนค่าเงินเยนชะลอการอ่อนค่าลงบ้างในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เห็นการอ่อนค่าอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ก่อนๆ ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 109.16 อย่างไรก็ดี ช่วงปลายสัปดาห์ มีความเห็นจากรัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่นที่ออกมากล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งเริ่มได้รับผลกระทบในเชิงลบจากการที่เงินเยนอ่อนค่ามากและรวดเร็วจนเกินไป ดังนั้น หากเงินเยนยังอ่อนค่าลงอีก อาจมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงการเคลื่อนไหวของเงินเยน ความเห็นดังกล่าวทำให้ค่าเงินเยนปรับรีบาวด์แข็งค่าขึ้นได้บ้าง และช่วงปลายสัปดาห์ ปิดตลาดที่ระดับ 108.94 ซึ่ง(ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.) อย่างไรก็ดี หากเทียบจากตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ค่าเงินอ่อนค่าลงแล้วประมาณ 4.5% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของตลาดตราสารหนี้นั้น แรงซื้อของนักลงทุนในประเทศกดให้อัตราการกู้ยืมยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำ ช่วยหนุนกิจกรรมในตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนด้วยเช่นกัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นกู้ในตลาดรองมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยที่ 2.12 พันล้านบาทต่อวัน สำหรับอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ตลาดรองมีการปรับลดลงต่อเนื่องตามอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล โดยหุ้นกู้อันดับความน่าเชื่อถือ AAA อายุประมาณ 3 ปี มีการซื้อขายกันในช่วงอัตราผลตอบแทน 3.10-3.14% ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่เคยซื้อขายกันในช่วง 3.12-3.17% ขณะที่ในตลาดแรกนั้น มีการเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม ได้แก่ หุ้นกู้กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อันดับเครดิต A (tha) ออกเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.90% จำนวน 10,000 ล้านบาท และหุ้นกู้กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ อันดับเครดิต AAA ออกเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.37% จำนวน 4,300 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ