
ส่งออกวูบ-เชื่อมั่นลดลง
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข่าวร้ายของเหล่าผู้ประกอบการ
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข่าวร้ายของเหล่าผู้ประกอบการ เนื่องจากสัญญาณทางเศรษฐกิจหลายด้านส่อเค้าว่าจนถึงสิ้นปีนี้ ตัวเลขการเติบโตอาจไม่สวยหรูเหมือนที่หลายคนคาดหวังไว้
ส่งออกติดลบ 0.25%
เริ่มจากภาคการส่งออก นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ได้ปรับลดยอดส่งออกปีนี้ลง โดยคาดว่าทั้งปี 2557 จะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบอยู่ที่ 0.25% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.6% อัตราติดลบดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ยอดส่งออกใน 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะต้องเฉลี่ยอยู่ที่ 1.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หากยอดต่ำกว่าเป้าหมายดังกล่าว มีความเสี่ยงจะทำให้ยอดส่งออกปีนี้ติดลบอยู่ในระดับ 0.4% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สรท.อาจต้องพิจารณาปรับเป้ายอดส่งออกลงอีกครั้ง
ขณะที่ยอดส่งออกเดือน ส.ค.อยู่ที่ 1.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.4% ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ตัวเลขยอดส่งออก 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.ส.ค. 2557) อยู่ที่ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.36% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวตามที่คาด ทั้งตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) จีน และอาเซียนเดิมติดลบหมด
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคหดรอบ 5 เดือน
นอกจากตัวเลขภาคส่งออกจะลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ยังลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนด้วย โดยนายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือน ก.ย. 2557 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.ย.อยู่ที่ระดับ 79.2 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. และลดลงจากเดือน ส.ค.อยู่ที่ระดับ 80.1
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่รายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพระดับดังกล่าว ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.5% ขณะที่ปีหน้าจะขยายตัวลดลงเหลือเพียง 4.8% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 5.5% ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นตัว
ขึ้นแอลพีจีขนส่งเอ็นจีวี
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ปรับราคาก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งขึ้น 0.62 บาท จาก 21.38 บาท/กิโลกรัม เป็น 22 บาท/กิโลกรัม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล 1 บาท จากเดิม 10.50 บาท/กิโลกรัม เป็น 11.50 บาท/กิโลกรัม เพื่อให้ราคาดังกล่าวสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงของประเทศ
ชง 3.5 หมื่นล้านอุ้มยาง
ในส่วนของปัญหาราคายางตกต่ำนั้น นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางระยะเร่งด่วน ภายใต้วงเงินเบื้องต้น 3.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.มาตรการจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรเพื่อหยุดการกรีดยางเป็นเวลา 2 เดือน หรือในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค. 2557 โดยจะจ่ายเงินให้เกษตรกรในอัตรา 2,520 บาท/ไร่ อัตราชดเชยไม่เกิน 25 ไร่/ครัวเรือน โดยตั้งเป้าลดปริมาณยางในตลาด 6 แสนตัน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และ 2.ให้ทุกจังหวัดจัดทำโครงการสร้างสนามเด็กเล่น หรือสนามออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย จังหวัดละ 1 แห่ง โดยใช้ยางพาราในสต๊อก 5 หมื่นตันมาเป็นวัสดุในการก่อสร้าง ขณะที่รัฐบาลจะอุดหนุนค่าก่อสร้าง 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ได้เสนอให้จัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางด้วย
บีโอไออนุมัติลงทุน 8 หมื่นล้าน
สำหรับด้านการลงทุน ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 18 โครงการ และสั่งให้แก้ไข 2 โครงการ เงินลงทุนกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท โดยนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า โครงการที่ได้รับการอนุมัติเป็นโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เฟส 2 จำนวน 5 โครงการ โครงการผลิตไฟฟ้า 9 โครงการ รวมอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 603 โครงการ มูลค่า 4.58 แสนล้านบาท จากที่รอการอนุมัติอยู่ 7 แสนล้านบาท







