
นาปรังหด 6 ล้านตัน
วานนี้ (1 ต.ค.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมออกประกาศให้เกษตรกรในพื้นที่นาปรัง 22 จังหวัดและลุ่มน้ำแม่กลอง งดทำนาปรังในฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2557-30 เม.ย. 2558 เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนหลักอยู่ในระดับวิกฤต
วานนี้ (1 ต.ค.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมออกประกาศให้เกษตรกรในพื้นที่นาปรัง 22 จังหวัดและลุ่มน้ำแม่กลอง งดทำนาปรังในฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2557-30 เม.ย. 2558 เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนหลักอยู่ในระดับวิกฤต
ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า การประกาศให้เกษตรกรงดทำนาปรังรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อการปลูกข้าวนาปรังของเกษตรกร 2.6 แสนครัวเรือนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีการปลูกข้าว 7.5 ล้านไร่ โดยคาดว่าจะทำให้ผลผลิตข้าวนาปรังหายไป 56 ล้านตันข้าวเปลือก
“ปริมาณข้าวในประเทศในฤดูนาปรังหายไปประมาณ 56 ล้านตันข้าวเปลือก จะทำให้ราคาข้าวในประเทศกระเตื้องขึ้น โดยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือในการยังชีพ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเป็นงบปกติของกรมชลประทานที่เกลี่ยมาใช้ 1,100 ล้านบาท และจะเสนอของบ กลางจาก ครม.ในสัปดาห์หน้าอีก 2,000 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่สามารถปลูกข้าว นาปรังได้เนื่องจากไม่มีน้ำ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในรูปแบบการจ้างงาน โดยจะจ้างงานเกษตรกรให้มาทำงานขุดลอกคูคลอง ซ่อมบำรุงคูคลองของกรมชลประทาน โดยจะมีการปรับงบประจำปีของกรมชลประทาน 1,100 ล้านบาท มาจ้างเกษตรกร
“จะมีการจ้างงานเกษตรกรมาขุดลอกคูคลอง ครัวเรือนละ 20 วัน/เดือน ค่าจ้างวันละ 300 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนมีรายได้ 2.4 หมื่นบาท นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยไม่เกิน 8 แสนไร่ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น ไก่ เพื่อสร้างรายได้เสริม เป็นต้น”
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ มีความกังวลว่างบประมาณที่จะนำไปจ้างงานเกษตรกรในงานต่างๆ จะเกิดการรั่วไหล จึงสั่งการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจ้างงานในแต่ละพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่ามีการจ้างงานขุดลอกจริงหรือไม่ และป้องกันผีมาเบิกเงิน ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเป็นห่วงมาก







