posttoday
ดิจิทัลมีเดียทางเลือกยุคสื่อออนไลน์เฟื่องฟู

ดิจิทัลมีเดียทางเลือกยุคสื่อออนไลน์เฟื่องฟู

02 ตุลาคม 2557

เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านสื่อ ทำให้การเพิ่มขึ้นของโทรทัศน์ไทยเป็นไปแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่คนไทยมีฟรีทีวีให้ได้รับชมความบันเทิงกันเพียง 6 ช่อง ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีมีเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยๆ ช่องทั้งจากระบบเคเบิลและดาวเทียม

เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านสื่อ ทำให้การเพิ่มขึ้นของโทรทัศน์ไทยเป็นไปแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่คนไทยมีฟรีทีวีให้ได้รับชมความบันเทิงกันเพียง 6 ช่อง ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีมีเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยๆ ช่องทั้งจากระบบเคเบิลและดาวเทียม

ล่าสุดจากดิจิทัลทีวี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การกระจายตัวของผู้รับชม” (Audience Fragmenta tion) ซึ่งได้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับทั้งผู้ประกอบการโทรทัศน์ผู้รับชม ผู้โฆษณาผู้ผลิตรายการ รวมทั้งมีเดียเอเยนซีเอง ที่ต้องปรับทัพปรับแผนเพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายให้กลับเข้ามาอยู่ในมือของตัวเองให้มากที่สุด

การกระจายตัวของผู้รับชมคนไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่บนจอโทรทัศน์เท่านั้น หากแต่แพร่กระจายไปในทุกๆ แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊กสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการรายใหญ่บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง YouTube จากค่ายกูเกิลอดรนทนไม่ได้ต้องเปิดเว็บไซต์ยูทูบประเทศไทยหรือ Youtube.co.th อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรับมือการกระจายตัวของผู้รับชมคนไทยที่กระจัดกระจายอยู่ตามแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเน้นนำเสนอวิดีโอภาษาไทยให้แก่ผู้ใช้มากขึ้น แล้วยังเพิ่มความสะดวกในการค้นหาวิดีโอที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทยในหน้าแรก

นอกจากนี้ ยูทูบประเทศไทยยังได้เปิดโอกาสให้“ผู้สร้างวิดีโอ” ในประเทศไทยรับส่วนแบ่งรายได้จากการโฆษณาจากเว็บไซต์ยูทูบทั้งที่เป็นผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มบริษัทต่างๆ ซึ่งเรียกว่า “โปรแกรมพาร์ตเนอร์”

สำหรับรูปแบบการโฆษณาบนเว็บไซต์ยูทูบนั้นมีอยู่หลายแบบ แต่ที่น่าสนใจและจะขอกล่าวถึงก็คือ “ทรูวิว” ซึ่งเป็นการเล่นภาพยนตร์โฆษณาก่อนที่ผู้ชมจะดูคลิปวิดีโอบนยูทูบ ข้อดีของ “ทรูวิว” ก็คือผู้โฆษณาสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามเพศ กลุ่มอายุ และความสนใจได้ แล้วยังสามารถกำหนดให้ผู้ใช้กดข้ามหรือ “Skip” หลังจากรับชมไปแล้ว 5 วินาทีได้ โดยยูทูบจะทำการ “คิดเงิน” ต่อเมื่อมีการรับชมภาพยนตร์โฆษณาตั้งแต่ 30 วินาทีเป็นต้นไปเท่านั้น เรียกได้ว่า จะคิดเงินก็ต่อเมื่อมีคนสนใจในแบรนด์นั้นจริงๆ เท่านั้น

นอกจากยูทูบแล้ว LINE ยังเป็นผู้ประกอบการอีกรายที่มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า “Free Coins Video”ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภครับชมภาพยนตร์โฆษณาผ่านแอพพลิเคชั่น LINE โดยจะได้รับ“เหรียญ” เมื่อรับชมจนจบ ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ซื้อ “สติ๊กเกอร์” ในแอพพลิเคชั่น LINE ได้อีกด้วย นับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่แบรนด์สามารถสื่อสารผ่านผู้บริโภคที่ใช้ LINE ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 24 ล้านคนในประเทศไทย

ถึงแม้ “ดิจิทัลมีเดีย” จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักการตลาดและนักวางแผนโฆษณาได้เลือกใช้ แต่ก็ควรจะคำนึงถึง “คุณภาพ” ของเนื้อหาที่นำเสนอทั้งในแง่ความถี่และความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย มิฉะนั้นผู้รับชมอาจจะเกิดความรำคาญ และส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อแบรนด์ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ