
ขายตรงโปร่งใส
การเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ด้วยวิธีการให้เอกชนที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศมาขอซื้อข้าวสารโดยตรงจากสต๊อกรัฐบาลได้ กำลังถูกตั้งคำถามถึงประเด็นความไม่โปร่งใส และความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ส่งออกรายเล็กและรายใหญ่ในการเข้าถึงข้าวในสต๊อกรัฐบาล
การเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ด้วยวิธีการให้เอกชนที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศมาขอซื้อข้าวสารโดยตรงจากสต๊อกรัฐบาลได้ กำลังถูกตั้งคำถามถึงประเด็นความไม่โปร่งใส และความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ส่งออกรายเล็กและรายใหญ่ในการเข้าถึงข้าวในสต๊อกรัฐบาล
ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงว่า การเปิดขายข้าวทางตรงให้กับผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การระบายข้าวที่เสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติอยู่แล้ว โดยมี 4 วิธี คือ การเปิดประมูล การระบายผ่านรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) การขายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า และการเปิดให้ผู้ส่งออกมีคำสั่งซื้อต่างประเทศเข้ามายื่นซื้อข้าวในสต๊อก
“ยืนยันว่าวิธีการระบายข้าวแบบนี้มีความโปร่งใส และไม่เกิดความเสียเปรียบระหว่างรายเล็กและรายใหญ่ เพราะในการเจรจาต่อรองกับผู้ยื่นเสนอราคาซื้อข้าวนั้น จะมีการตั้งคณะทำงานที่เป็นชุดเดียวกับคณะทำงานในการระบายผ่านประมูล มีผู้แทนจากกรมการค้าภายใน สำนักนายกฯ กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และยังมีกำหนดราคาขั้นต่ำ (ฟลอร์ไพรซ์) ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาราคา อีกทั้งยังเพิ่มในเรื่องการนำราคาประมูลข้าวก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบกับการอนุมัติขายข้าวตรงด้วย”
ดวงพร ย้ำว่า การเปิดขายตรงในครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกรายเล็กที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามายื่นเสนอราคา ซึ่งจะยื่นมาแบบรายเดียวหรือรวมตัวกันมายื่นราคาก็ได้ ส่วนเอกชนที่ไม่ใช่ผู้ส่งออก รัฐก็มีช่องทางในการซื้อข้าวผ่านการเปิดประมูลอยู่แล้ว ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ก็มีความร่วมมือกับภาครัฐในการไปเปิดตลาดข้าวต่างประเทศร่วมกัน ถือว่าเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในทุกช่องทาง
ล่าสุดมีผู้ยื่นเสนอซื้อข้าวทางตรงกับรัฐเข้ามาหลายแสนตัน แต่รัฐมีข้าวที่ผ่านมาการตรวจสอบคุณภาพและสามารถขายได้ 5 หมื่นตัน จึงได้สรุปการขายให้กับเอกชน 45 ราย ปริมาณ 5 หมื่นตัน และได้เสนอให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พิจารณาแล้ว







