posttoday
ร้านสะดวกซื้อบูม

ร้านสะดวกซื้อบูม

30 กันยายน 2557

ร้านสะดวกซื้อกับคนไทยเป็นเหมือนกับเพื่อนบ้านใกล้ชิด เรียกว่า อยากจะซื้ออะไร ไม่ว่าจะของกินของใช้ ก็หาซื้อได้เกือบทั้งหมด

ร้านสะดวกซื้อกับคนไทยเป็นเหมือนกับเพื่อนบ้านใกล้ชิด เรียกว่า อยากจะซื้ออะไร ไม่ว่าจะของกินของใช้ ก็หาซื้อได้เกือบทั้งหมด

แต่เมื่อมองไปในอาเซียน สจ๊วต เจมี่สัน กรรมการผู้จัดการบริษัทวิจัยตลาด นีลเส็น ในฟิลิปปินส์ ชี้ว่า ฟิลิปปินส์คือโอกาสใหญ่ที่สุด เพราะเมื่อดูจากจำนวนประชากรต่อร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง จะเห็นว่าฟิลิปปินส์ยังมีร้านสะดวกซื้อน้อยมาก

ตลาดที่ยังเหลือช่องว่างอีกมากกลายเป็นโอกาสทองให้กับธุรกิจคอนวีเนี่ยนสโตร์ เว็บไซต์วอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า เมื่อ 18 เดือนก่อน ฟิลิปปินส์มีเชนร้านสะดวกซื้ออยู่แค่ 2 เจ้าเท่านั้น คือ มินิ ช็อปและเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ตอนนี้ทั้งหมด 7 แบรนด์ และแต่ละเจ้าก็แข่งกันขยายสาขากันอย่างคึกคัก ดังนั้นจึงคาดว่าจะเห็นจำนวนร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 2,000 สาขา เป็น 4,000 สาขาภายใน 4 ปี

การเติบโตอย่างมโหฬารของธุรกิจนี้ได้รับแรงหนุนชาวเมืองฟิลิปปินส์มีรายได้มากขึ้น ซึ่งธนาคารโลกประเมินว่า รายได้ต่อหัวของคนตากาล็อกเพิ่มจาก 2,480 เหรียญสหรัฐในปี 2552 เป็น 3,270 เหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวภายใน 11 ปี เมื่อเทียบกับปี 2549

นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป เพราะธุรกิจเอาต์ซอร์สซิ่งที่กำลังเติบโต ซึ่งพนักงานประมาณ 1 ล้านคนต้องทำงานเป็นกะตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนเหล่านี้เป็นลูกค้าเป้าหมายของร้านสะดวกซื้อที่ให้บริการทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน

แถมความสะดวกสบายในร้านที่ทั้งสะอาดและเย็นฉ่ำ ทำให้ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นแหล่งซื้อของ สถานที่พักกลางวันของบางคนที่ชอบกินอาหารในห้องแอร์ เพราะที่นี่มีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารด้วย

แฟมิลี่ มาร์ท หนึ่งในเชนสะดวกซื้อที่กำลังเร่งขยายธุรกิจนั้น มีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มจาก 130 สาขาภายในสิ้นปีนี้ เป็น 500 สาขาในปี 2562 ซึ่งปัจจุบัน แฟมิลี่ มาร์ท อยู่ในอันดับ 3 ของตลาดฟิลิปปินส์ หากดูจากจำนวนสาขา โดยเบอร์ 1 คือ เซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีสาขาประมาณ 1,300 แห่ง และอันดับ 2 คือ มินิ ช็อป ที่มี 500 สาขา

บริษัทได้วางแผนขายแฟรนไชส์ตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์ที่เจ้าของเชนร้านสะดวกซื้อในฟิลิปปินส์เลือกใช้ เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้เร็วมากขึ้น

ส่วนอีกหนึ่งกลยุทธ์คือ การผนึกกำลังกับพันธมิตรท้องถิ่น เช่นอัลฟามาร์ท จากอินโดนีเซีย ที่เลือกจับมือกับ เอสเอ็ม กรุ๊ป เครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ของฟิลิปปินส์ เพื่อใช้ประโยชน์จากการเข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่นและสามารถจะใช้สอยพื้นที่ในอสังหาริมทรัพย์ในเครือเอสเอ็มได้ ขณะที่แฟมิลี่มาร์ทเลือกร่วมมือกับ อยาลา คอร์ป เครือธุรกิจชั้นนำอีกรายของฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า “ทำเล” จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด แต่เจมี่สันก็ย้ำว่า เจ้าของธุรกิจที่ฉลาดจะต้องทำให้ร้านของตัวเองต่างจากคนอื่นด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ