posttoday
ส่งออกทรุดทุกตลาดพาณิชย์กู้วิกฤตเจาะรายสินค้า

ส่งออกทรุดทุกตลาดพาณิชย์กู้วิกฤตเจาะรายสินค้า

30 กันยายน 2557

ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยเดือน ส.ค. 2557 ที่ติดลบอย่างหนัก 7.4% หรือสูงสุดในรอบ 32 เดือน

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยเดือน ส.ค. 2557 ที่ติดลบอย่างหนัก 7.4% หรือสูงสุดในรอบ 32 เดือน ถือเป็นสัญญาณร้ายที่ว่า การส่งออกในปีนี้จะไม่ใช่เครื่องยนต์หลักในการผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นั่นเพราะหากพิจารณาตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.เป็นรายตลาดจะพบว่าทุกตลาดส่งออกของไทยมีตัวเลขติดลบแทบทั้งหมด เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ขยายตัวตามที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่การส่งออกสินค้าไทยในหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเผชิญกับปัญหาการย้ายฐานผลิตไปยังประเทศตลาดในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ตัวเลขส่งออกหดตัวอย่างหนักเช่นกัน และการส่งออกสินค้าเกษตรยังมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นตลาดการส่งออกสำคัญของไทย พบว่าตลาดหลักที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 28.5% เดือน ส.ค. ติดลบ 4.3% ได้แก่ ญี่ปุ่นติดลบ 7.6% สหรัฐติดลบ 0.3% และสหภาพยุโรปติดลบ 5.4%

สำหรับตลาดศักยภาพสูงที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 51.4% โดยภาพรวมติดลบ 5.2% โดยตลาดอาเซียนไม่ขยายตัว จีนติดลบ 14.4% ฮ่องกงติดลบ 21.9% ขณะที่ตลาดที่มีศักยภาพรอง และมีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 19.2% ติดลบถึง 10.1% เช่น ทวีปออสเตรเลียติดลบ 16.4% ตะวันออกกลางติดลบ 9.3% ละตินอเมริกาติดลบ 11.1% กลุ่มรัสเซียและซีไอเอสติดลบ 7.2% เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ส่งออกติดลบอย่างหนัก ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 63.7% ติดลบ 8.7% สินค้าสำคัญที่ส่งออกลดลง เช่น ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ติดลบ 8.9% เครื่องใช้ไฟฟ้า ติดลบ 2.6% สิ่งทอ ติดลบ 6% อัญมณีและเครื่องประดับ ติดลบ 64.1% โดยเฉพาะทองคำยังไม่ขึ้นรูป 92.9% ผลิตภัณฑ์ยาง ติดลบ 3.5% เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ติดลบ 10.4%

ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนแรกของปี การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวเพียง 0.5%

ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 20.6% ติดลบ 10.1% ด้านสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 15.7% ส่งออกเพิ่มขึ้น 2.7% แต่มีสินค้าในกลุ่มนี้ที่ส่งออกติดลบ จากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง และวัตถุดิบในการส่งออกไม่เพียงพอ เช่น ยางพารา ติดลบ 23.3% อาหาร ติดลบ 0.9% โดยเฉพาะกุ้งแช่แข็งและแปรรูป ติดลบ 17.7% แต่ภาพรวมในช่วง 8 เดือนแรกพบว่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรติดลบ 3.3%

อย่างไรก็ตาม ส่งออกในเดือน ส.ค.จะติดลบอย่างหนัก ส่งผลให้ตัวเลขส่งออกในภาพรวมช่วง 8 เดือน ติดลบ 1.36% ซึ่งค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายขยายตัว 3.5% แต่กระทรวงพาณิชย์ก็ยังคาดหวังที่การส่งออกไทยในปีนี้จะยังคงขยายตัวเป็นบวก 0.51%

ดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ กรมจะเร่งกิจกรรมการส่งออกตามแผนที่กำหนดไว้ในปีงบ 2557 ทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าไทยไปตลาดต่างประเทศ การจัดงานแสดงสินค้าทั้งตลาดเป้าหมายและในไทย แต่อาจต้องมีการปรับรายการสินค้าที่จะผลักดันไปยังตลาดเป้าหมาย โดยเน้นสินค้ามูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เน้นปริมาณอย่างที่ผ่านมา

“ขณะนี้กำลังซื้อต่างประเทศชะลอตัวลง ทั้งสหรัฐ อียู จีน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อาเซียน เราไม่สามารถทิ้งตลาดใดตลาดหนึ่งได้ เพียงแต่ต้องปรับรูปแบบการส่งสินค้า โดยหาช่องทางใหม่ๆ นำสินค้าไปเจาะให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดมากขึ้น และจะเป็นแผนผลักดันการส่งออกในปีหน้าด้วย”

อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐที่ขณะนี้ภายในประเทศที่การบริโภคยังชะลอตัว การหาช่องทางใหม่ในการส่งสินค้าไปเจาะตลาด เบื้องต้นมองกลุ่มสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ ก่อสร้าง และสินค้าเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ตลาดยุโรปควรเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ตลาดญี่ปุ่นเน้นสินค้าที่เกี่ยวกับสินค้าดีไซน์มีประโยชน์ใช้สอยหลายด้าน เป็นต้น

ส่วนตลาดจีน ซึ่งเศรษฐกิจชะลอตัวจากนโยบายคงจีดีพีจีนให้ขยายตัว 77.5% เดิมสินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนจะเป็นรูปแบบกึ่งวัตถุดิบ เช่น ยางพารา ต้องเปลี่ยนมาเป็นการผลักดันส่งออกในกลุ่มของอาหาร สินค้าเกษตรแปรรูปทดแทน ส่วนอาเซียนเช่นเดียวกันที่จะเน้นเรื่องสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป นอกจากนี้การย้ายฐานลงทุนไปผลิตในจีนและประเทศอาเซียนจะเป็นทางออกของการส่งออกไปยังตลาดเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน