
ถึงคิว ‘หมอโด่ง’
งวดเข้ามาทุกขณะกับการไต่สวนข้อกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ในข้อหาทุจริตกรณีรับจำนำข้าว
งวดเข้ามาทุกขณะกับการไต่สวนข้อกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ในข้อหาทุจริตกรณีรับจำนำข้าว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ขยายการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลและบริษัทค้าข้าวอีกชุดหนึ่ง หลังจากการไต่สวนแล้วปรากฏว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 1 ราย คือ พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งตอนนั้นเป็นบุญทรง
และเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2557 ป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งให้ปิดประกาศให้ผู้ถูกกล่าวหา 3 รายมารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย
พ.ต.วีระวุฒิ ซึ่งมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเลขที่ 23 ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55/3 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม.
บริษัท สยามอินดิก้า เลขที่ 195 หมู่ 6 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง กรรมการบริษัท สยามอินดิก้า
สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า ในส่วนของ “หมอโด่ง” พ.ต.วีระวุฒิ นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า มีส่วนร่วมกระทำความผิดในเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาบุญทรงเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ กับพวก กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าว
ขณะที่บริษัท สยามอินดิก้า และ น.ส.รัตนา คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหาว่ามีมูล
อย่างไรก็ตาม หมอโด่ง บริษัท สยามอินดิก้า และ น.ส.รัตนา ไม่ได้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามวันและเวลาที่กำหนด
ถึงกระนั้นก็สะท้อนว่า การสอบสวนในกระบวนการระบายข้าวของ ป.ป.ช.กำลังงวดเข้ามาทุกขณะ เพราะในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น “หมอโด่ง” คือคนสำคัญในการพิจารณาอนุมัติขายข้าวในโครงการตันละหมื่นห้าพันบาท เรียกว่ารู้ทุกเรื่องเข้าไปมีส่วนร่วมในการระบายข้าวของรัฐบาลแทบทุกขั้นตอน
จับตามหากาพย์ข้าวกันให้ดีด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ท่านมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดในเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ กับพวก ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ประกอบกับคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และพิจารณาแล้วเห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหามีมูล
ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 45 และมาตรา 46 และระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2555 ข้อ 13 จึงแจ้งคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงให้ท่านรับทราบ โดยขอให้ท่านลงลายมือชื่อ และวันที่รับทราบคำสั่งในบันทึกการรับทราบคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริง และส่งบันทึกการรับทราบคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวนหนึ่งฉบับคืนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้
หากท่านประสงค์จะคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวน โปรดแจ้งคำคัดค้านโดยทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านว่า จะทำให้การไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ได้ความจริง และความยุติธรรมอย่างใด ยื่นต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งให้ไต่วนข้อเท็จจริง หรือวันที่ได้ทราบเหตุแห่งการคัดค้าน
คณะอนุกรรมการไต่สวนประสงค์จะแจ้งข้อกล่าวหาให้ท่านทราบ เพื่อให้โอกาสท่านชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงขอให้ท่านไปพบคณะอนุกรรมการไต่สวน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 12 กันยายน 2557 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
หากท่านประสงค์จะชี้แจงข้อกล่าวหาก็มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานไปประกอบการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และนำทนายความหรือบุคคลที่ท่านไว้วางใจเข้าฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ ทั้งนี้ ในการแจ้งข้อกล่าวหาให้ท่านทราบ ท่านสามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาแทน โดยจะถือว่าท่านได้รับทราบการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว
ขอแสดงความนับถือ
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ประธานอนุกรรมการไต่สวน
ทั้งนี้ สำหรับเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาถึง พ.ต.วีระวุฒิ นั้น ป.ป.ช. ได้แนบสำเนาคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 494/2555 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2555, สำเนาคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 113/2556 ลงวันที่ 17 เมษายน 2556 และสำเนาคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 366/2556 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2556 มาด้วย







