posttoday
รีเจนท์ชะอำปรับใหญ่ผุด"วีอาเล" ดึงลูกค้าใหม่

รีเจนท์ชะอำปรับใหญ่ผุด"วีอาเล" ดึงลูกค้าใหม่

29 กันยายน 2557

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ชะอำหัวหิน เป็น 1 ใน 3 จุดหมายท่องเที่ยวที่คนไทยนิยม ถึงขั้นที่ตลาดระดับกลางถึงบน ลงทุนซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมที่ไปปักธงในชะอำหัวหิน หวังใช้เป็นสถานที่พักผ่อนทุกวันหยุด ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวพยายามสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่ชะอำหัวหิน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ เดอะ รีเจนท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท เปิดเผยว่า เดอะ รีเจนท์ฯ ยึดหลักพอเพียง ระมัดระวังการลงทุนแต่ละครั้ง หลังจากนี้จะลงทุนปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์โรงแรมให้ดีขึ้น โดยปีหน้าจะทยอยปรับปรุงห้องพักบางส่วน ใช้งบไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และน่าจะปรับปรุงครบทั้งหมดใน 2 ปี

นอกจากนี้ มีแผนเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่เดอะ รีเจนท์ฯ จากทั้งหมดมีพื้นที่กว่า 400 ไร่ แต่ปัจจุบันใช้เพียงบางส่วนทำโรงแรมอย่างเดียว ยังเหลือพื้นที่มีศักยภาพริมชายหาดพัฒนาได้อีก ซึ่งหลังจากศึกษามานานจึงตัดสินใจใช้งบ 200 ล้านบาท นำพื้นที่ฝั่งที่ใกล้ชายหาด 4 ไร่ ทำโครงการ “วีอาเล” (Viale) ซึ่งจะทำให้พื้นที่เดอะ รีเจนท์ฯ กลายเป็นจุดหมายสำหรับกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มผู้ที่มาซื้อคอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศย่านหัวหินชะอำ ใช้เป็นพื้นที่เพื่อพักผ่อน กินดื่มทุกครั้งที่มา

โครงการวีอาเล จะประกอบด้วยพื้นที่ค้าปลีกและโรงแรมที่ก่อสร้างแบบมีแนวคิดเฉพาะ (ธีม โฮเต็ล) 50 ห้อง สวนน้ำขนาดเล็กสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี ศูนย์ดูแลเด็ก (คิดส์ คลับ) และร้านอาหาร กินดื่ม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง เม.ย. 2558 ใช้เวลา 1 ปีสร้างเสร็จ

“วีอาเลจะก่อสร้างภายใต้แนวคิดหมู่บ้านชาวประมง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของชะอำ แต่จะผสมผสานความทันสมัยเข้าไปเป็นพื้นที่เปิด แม้ไม่ได้พักเดอะ รีเจนท์ฯ ก็มาใช้บริการได้ ตอบสนองผู้มีคอนโดมิเนียมตากอากาศแถบชะอำหัวหิน ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ที่มาพักในเดอะ รีเจนท์ฯ มีพื้นที่ภายนอกใกล้โรงแรมให้ออกมาใช้ชีวิต ช่วยเพิ่มรายได้นอกเหนือค่าที่พักให้เดอะ รีเจนท์ฯ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวมักออกไปใช้ชีวิตในพื้นที่อื่น แล้วกลับมาพักช่วงค่ำ” ปิยะมาน กล่าว

ทั้งนี้ เดอะ รีเจนท์ฯ พร้อมเปิดโอกาสให้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญธุรกิจต่างๆ ที่เกื้อหนุนกับธุรกิจโรงแรม เข้ามาร่วมดำเนินการสำหรับพื้นที่ว่างที่ยังเหลืออยู่ เช่น ในโครงการวีอาเล ส่วนที่ไม่ใช่โรงแรม เพราะเดอะ รีเจนท์ฯ ไม่ต้องการทำทุกอย่างที่ไม่ถนัดเอง ขณะเดียวกันมีแนวคิดจะไปลงทุนในพื้นที่อื่นเมื่อพร้อม อาจเป็นกรุงเทพฯ หรือประเทศเพื่อนบ้านเลย แต่ถ้าเป็นการไปประเทศเพื่อนบ้านจะไม่ลงทุนเอง แต่จะเป็นรูปแบบจับมือพันธมิตรพื้นที่นั้น

ปิยะมาน กล่าวว่า แม้ปีนี้จะมีปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ แต่โรงแรมโชคดีที่มีทีมงานดี ดึงตลาดประชุมสัมมนาเข้ามามากขึ้น ทดแทนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป และดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จองเดินทางเอง ทดแทนกลุ่มที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว จึงประคองอัตราเข้าพักได้ คาดว่าทั้งปีจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 65% ตั้งเป้าหมายรายได้ 400 ล้านบาท

“สัดส่วนผู้ใช้บริการปีนี้ มาจากประชุม สัมมนา ทั้งรัฐและเอกชน 30% นักท่องเที่ยวไทยที่จองผ่านออนไลน์ 20% ต่างชาติที่จองผ่านออนไลน์ 20% และต่างชาติที่มาผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยว (เอเยนต์) 25% เป็นการผสมผสานตลาดที่ดี” ปิยะมาน กล่าว

ด้านการแข่งขันของโรงแรมในหัวหินชะอำยังคงสูง เพราะมีจำนวนห้องพักมาก แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่พยายามเข้ามาลงทุน เมื่อพื้นที่หัวหินชะอำ เริ่มเหลือที่ลงทุนน้อยลง ก็กระจายไปยังแถบปราณบุรีมากขึ้น ในส่วนของเดอะ รีเจนท์ฯ แข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นโดยเน้นตลาดที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ประชุม สัมมนา จึงรักษาอัตราเข้าพักและรายได้ใกล้เคียงปีก่อนได้

ปิยะมาน กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากเห็นภาครัฐเร่งลงทุนระบบสาธารณูปโภครองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มมากขึ้น เช่น ถนนลงสู่ภาคใต้ ปัจจุบันคนมุ่งใช้เส้นทางธนบุรีปากท่อ จนจราจรแน่นขนัด ควรเพิ่มทางเลือกเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญดูแลชายหาด หลังปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง หาดทรายหายไปมากขึ้น

หากไทยปรับปรุงทุกอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก ขณะที่เอกชนก็เตรียมผลิตภัณฑ์ บริการที่มีคุณภาพ การท่องเที่ยวไทยโตได้ระยะยาวแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ