
ออมปลอดภาษี
ช่วงนี้เห็นรัฐบาลลุกขึ้นมาปรับปรุงการจัดเก็บภาษีแล้ว ทำให้คนที่เตรียมตัวเก็บเงินเพื่อเป้าหมายระยะสั้น
โดย...วารุณี อินวันนา
ช่วงนี้เห็นรัฐบาลลุกขึ้นมาปรับปรุงการจัดเก็บภาษีแล้ว ทำให้คนที่เตรียมตัวเก็บเงินเพื่อเป้าหมายระยะสั้น และออมเพื่อเกษียณ ควรกลับมามองหาเครื่องมือในการออมที่ปลอดภาษี คือประกันชีวิต ซึ่งกฎหมายกำหนดชัดเจน ผลประโยชน์ที่เกิดจากประกันชีวิตไม่ต้องเสียภาษี
โสด
ออมระยะสั้นเพื่อสร้างทรัพย์สิน
สำหรับ คนโสดในวัยหนุ่มสาว อยู่ในช่วงสร้างทรัพย์สิน และลงทุนทางปัญญา ทั้ง บ้าน รถ เรียนต่อปริญญาโท การออมในเครื่องมือการเงินอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และให้เงินงอกเงย ล้วนต้องเสียภาษี
ไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำเพื่อกินดอกเบี้ยก็ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยที่ได้ 15% เงินออมในหุ้นเพื่อรอกินปันผล ก็ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที 10% แม้จะให้นำมาขอคืนภาษีได้ในภายหลังแต่ก็ไม่สะดวกสบาย ต้องคอยจัดเก็บเอกสารเป็นพะเรอเกวียน หุ้นกู้ ก็ต้อง เสียภาษีจากอัตราดอกเบี้ยที่ได้ ณ ที่จ่าย 15%
อีกหนึ่งเครื่องมือการลงทุนที่มนุษย์เงินเดือนนำมาใช้เพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี ระยะ 5 ปี คือ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) รัฐบาลชุดนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่าจะไม่ต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษี หลังปี 2559
จึงไม่ควรมองข้าม การออมผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองระยะ 10 ปี ขึ้นไป ซึ่งมีการเปิดให้ชำระเบี้ย ครั้งเดียว 3 ปี 5 ปี 7 ปี ที่รัฐบาลให้สิทธินำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 1 แสนบาทแต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ต่อปี
ครบ 10 ปี ก็ได้เงินก้อนออกมาใช้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ความคุ้มครองชีวิตได้เต็ม 100% รวมถึงผลประโยชน์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากกรมธรรม์ประกันภัยก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน โดยผลตอบแทนที่ได้จะสูงกว่าการฝากประจำ
เกษียณ
บำนาญสร้างได้
มัยนี้ถึงไม่ใช่ข้าราชการก็สามารถสร้างบำนาญได้หลังเกษียณ ผ่านประกันบำนาญ เพราะรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาออมเงินระยะยาว จะได้ไม่เป็นภาระของรัฐบาลในการจัดสวัสดิการมาเลี้ยงดูยามแก่ชรา โดยให้สิทธินำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 1 - 3 แสนบาท และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี เงินบำนาญที่ได้หลังอายุ 60 ปีไม่ต้องเสียภาษี
ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้สำรวจประชาชนที่อยู่ในวัยสูงอายุ จำแนกตามรายจ่าย ที่คาดว่ามากที่สุดเมื่ออยู่ในวัยสูงอายุ พบว่า เกิดจากสุขภาพสูงถึง 55% ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน มีจำนวน 33.5% แถมวัยนี้ชอบทำบุญสัดส่วนประมาณ 7.6% ส่วนการสันทนาการน้อยแค่ 1.3% และการช่วยเหลือ พี่น้องมีสัดส่วน 1.3% การช่วยเหลือสังคม 0.7% การวางแผน ออมเงินเพื่อการเกษียณ แบบปลอดภาษี ผ่านประกันบำนาญจึงมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยบริษัทประกันชีวิตหลายแห่งทำการปรับปรุงผลประโยชน์ตอบแทนตามกรมธรรม์บำนาญออกมาได้น่าสนใจมาก
ล่าสุด บริษัท ทิพยประกันชีวิต เพิ่งเปิดตัวกรมธรรม์ใหม่ "บำนาญ -สบาย 789" ชำระเบี้ย 7 ปี ซึ่งสามารถจ่ายเป็นเงินสด หรือชำระผ่านบัตรเครดิตได้ คุ้มครองยาวถึงอายุ 89 ปี ที่ว่าน่าสนใจ คือกรมธรรม์บำนาญนี้ จะเพิ่มเงินบำนาญให้ปีละ 0.5% ทุกปีจนถึงอายุ 88 ปี จากเกณฑ์ปกติที่จะต้องจ่ายบำนาญปีละ 15% ของวงเงินประกันชีวิต หรือ ทุนประกันภัย เมื่ออายุครบ 60 ปี จะมีการจ่ายบำนาญเพิ่มปีละ 0.5% เช่นครบปีที่ 60 จ่ายบำนาญ 15% ปีที่ 61 จ่ายบำนาญเป็น 15.5% และเพิ่มขึ้นทุกปีจนถึงปีที่ 88 รวมแล้วจะได้รับบำนาญปีสุดท้ายที่ 29% เมื่อครบปีที่ 89 ทางบริษัทจะคืนเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมด 7 ปี พร้อมทุนประกันภัยให้ลูกค้า โดยจะได้รับบำนาญทั้งหมด 29 ครั้ง สามารถชำระบัตรเครดิตได้ไม่เสียค่าธรรมเนียม และหากชอบจ่ายเบี้ยแบบรายเดือน ทางบริษัท ไทยประกันชีวิต ก็มีกรมธรรม์ "ทรัพย์บำนาญ G 60" หรือ "เศรษฐีรีไทร์ 4 เด้ง" ทำให้ไม่เป็นภาระสำหรับคนวัยทำงานที่อาจมีค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ อาทิ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ เมื่อครบอายุ 60 ปี จะได้สิทธิ รับบำนาญปีละ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จนถึงอายุ 90 ปี โดยมีการค้ำประกันจ่ายบำนาญ
ขั้นต่ำ 15 ปีหากเสียชีวิตและยังรับบำนาญไม่ครบ 15 ปี จะจ่ายเงินบำนาญที่เหลือในครั้งเดียว กรณีเสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี ได้รับความคุ้มครอง 105% ของเบี้ยประกันที่ชำระแล้วทั้งหมด หรือรับเงินเวนคืนกรมธรรม์ตามจำนวนที่มากกว่า รวมรับบำนาญ 30 ครั้ง
บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต มีแบบประกันบำนาญที่คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี คือ เพนชั่น ช้อยส์ แม็กซี่ พลัส ชำระเบี้ยเลือกได้ 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือครบ 59 ปี โดยจะได้รับเงินบำเหน็จ 50% ของทุนประกันภัย ในวันสิ้นปีกรมธรรม์ ที่ครบอายุ 60 ปี และปีที่ 61 ปี จะได้รับเงินบำนาญเริ่มต้น 18% ของทุนประกันภัย และเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 0.5% ต่อปี จนถึง 89 ปี จะได้รับบำนาญสูงสุด 32% และรับเงินครบกำหนด 100% ของทุนประกันภัยในปีที่ 90 ปี กรณีผู้ทำประกันภัยอายุตั้งแต่ 41 ปีขึ้นไป หากเสียชีวิตจะได้รับ 200% ของทุนประกันภัย หรือมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือเบี้ยประกันภัยสะสมแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า โดยแบบนี้ สามารถนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ 1 แสนบาท
กรณีชอบแบบไม่ต้องคุ้มครองยาวถึง 90 ปี ก็มีของ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีแบบเมืองไทย 8555 จี 20 ที่น่าสนใจ โดยชำระเบี้ยถึงอายุ 55 ปี คุ้มครองถึง 85 ปี มีให้เลือกจ่ายเบี้ยเป็นรายเดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ รายปี โดยจะจ่ายเงินบำนาญเมื่อกรมธรรม์ครบอายุ 55 ปี จนถึง 85 ปี ปีละ 24% ของทุนประกันภัย หากเสียชีวิตก่อนครบอายุ จะได้รับเงินบำนาญครบ 20 ปีในครั้งเดียว รวมรับบำนาญ 20 ครั้ง
ใครคิดว่าจะมีอายุยืนยาวก็มีแบบประกัน บำนาญ 600/ 60 ของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต ชำระเบี้ยถึงอายุ 60 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ตั้งแต่ผู้ทำประกันครบ 60 ปี จะได้รับบำนาญปีละ 15% ของทุนประกันภัย จนถึงอายุ 99 ปี รวมรับบำนาญทั้งหมด 40 ครั้ง
ปัจจุบันทุกบริษัทประกันชีวิตต่างก็มีประกันบำนาญออกมาให้เลือก มีการชำระเบี้ยที่หลากหลาย และผลประโยชน์ก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่จะทำประกันบำนาญชอบแบบไหน ที่แน่ๆ ปลอดภาษีแน่นอน และผลประโยชน์จากกรมธรรม์เกิน 50 ล้านบาท ก็ปลอดภาษีด้วย







