
สหกรณ์โวยโดนไล่บี้รีดภาษี
สรรพากรเก็บย้อนหลัง5ปีกำไรจากลงทุนอ้างทำธุรกิจคล้ายแบงก์บริษัทเงินทุน
สรรพากรเก็บย้อนหลัง5ปีกำไรจากลงทุนอ้างทำธุรกิจคล้ายแบงก์บริษัทเงินทุน
สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ป่วน สรรพากรจ้องรีดภาษีกำไรลงทุนย้อนหลัง 5 ปี
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกรมสรรพากร เพื่อขอยกเว้นการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ โดยกรมสรรพากรจะคิดภาษีย้อนหลัง 5 ปี
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขกฎหมายสหกรณ์ในปี 2542 เพื่อให้สามารถลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการปล่อยสินเชื่อ เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตร หุ้น จากเดิมที่กำหนดให้ลงทุนได้เฉพาะการปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกเท่านั้น โดยกรมสรรพากรชี้แจงเปรียบเทียบว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ มีการดำเนินธุรกิจคล้ายธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ที่มีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะรายรับสำหรับการทำธุรกรรมในตลาดเงิน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการลดอัตราการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับสถาบันการเงินจาก 3% เหลือ 0.01% เพื่อลดภาระภาษีและสนับสนุนการประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จะถูกเก็บในอัตรา 0.01% ด้วย
สำหรับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้สหกรณ์นั้น กรมสรรพากรชี้แจงว่า ต้องพิจารณาเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกที่ได้ทำไปแล้วในอดีตนั้น คงต้องพิจารณาตามกฎหมายในขณะนั้น และอีกส่วนคือที่จะดำเนินการในอนาคต
“กรมสรรพากรชี้แจงว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำได้สองทาง คือเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้แก้ไขประมวลรัษฎากร และการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาขอยกเว้นภาษี” นายเฉลิมพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากกรมสรรพากรยืนยันจะเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการลงทุนของสหกรณ์ จะกระทบต่อเสถียรภาพสหกรณ์ทั้งระบบ และสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศด้วย เพราะปัจจุบันทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ระบบมีเงินลงทุนรวม 1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ สหกรณ์มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งเพื่อสมาชิก และไม่ได้แสวงหากำไร ส่วนการลงทุนในตลาดเงินนั้นเป็นการลงทุนเพื่อรักษาสภาพคล่อง ขณะที่สหกรณ์ยังคงเน้นการให้บริการเงินกู้กับสมาชิกมากกว่า นอกจากนี้กฎหมายสหกรณ์ยังกำหนดว่า กำไรสุทธิ หรือดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นการลงทุนประเภทต่างๆ เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตร การลงทุนในหุ้นก็ไม่ควรต้องเสียภาษีเช่นกัน







