
BCPเร่งลงทุนใหญ่
ตั้งเป้าปีละ5พันล้านดันอีบิตดา2.5หมื่นล้านคุยซื้อหุ้นสัมปทานน้ำมัน100ล้านเหรียญ
ตั้งเป้าปีละ5พันล้านดันอีบิตดา2.5หมื่นล้านคุยซื้อหุ้นสัมปทานน้ำมัน100ล้านเหรียญ
บางจากเล็งซื้อสัมปทานน้ำมัน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมลงทุนธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท/ปี
นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทหลายๆ แห่งที่ได้รับสัมปทานขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียมแล้ว มาเสนอขายให้กับบริษัท หลังจากบางจากซื้อกิจการใน Nido Petroleum ซึ่งมีโอกาสที่ BCP จะซื้อสินทรัพย์อีกแหล่งหนึ่งอยู่ในอาเซียน ขนาดประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ใกล้เคียงกับ Nido ซึ่งแหล่งเงินในการลงทุนมีเพียงพอ จากเงินสดในมือที่มีอยู่ 6,000 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เมื่อต้นปีนี้
กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า นับจากนี้ไปบริษัทกำหนดเป้าหมายจะใช้เงินเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท/ปี ไม่ว่าจะเป็นไบโอแมส ไบโอแก๊ส โซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งเงินส่วนนี้จะไม่รวมการลงทุนปกติเพื่อขยายกิจการเดิม รวมถึงซ่อมบำรุงปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อต้องการผลักดันให้กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) เป็นไปตามเป้าหมายระดับ 2.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2563 เติบโต 1.5 เท่า จากปี 2557 นี้ ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอีบิตดาระดับนี้ยังไม่รวมกับขาดทุนสินค้าคงคลัง
สำหรับแหล่งเงินในการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ในแต่ละปี นอกจากจะอาศัยอีบิตดาของบริษัทที่มีเข้ามาในแต่ละปี อาจจะใช้แนวทางในการออกหุ้นกู้
ด้านความคืบหน้าในการลงทุนซื้อหุ้นบริษัท Nido Petroleum ขณะนี้บริษัทได้ทำการรับซื้อหุ้นจนมีสัดส่วนการถือหุ้นแล้ว 62% โดยจะเริ่มรับรู้ผลดีจากการเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้ และจะรับรู้ผลดีเต็มปีในปี 2558
นายวิเชียร ยอมรับว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 นี้ บริษัทจะมีขาดทุนจากสินค้าคงคลัง (สต๊อกลอส) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ต้องการสร้างความเข้าใจกับนักลงทุนว่าเป็นเพียงผลขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น โดยจะเกิดผลจริงก็ต่อเมื่อบริษัทเลิกกิจการเท่านั้น
ทั้งนี้ การขาดทุนจากสต๊อกเป็นเพียงผลจากวัฏจักรของราคาน้ำมันเท่านั้น และผลขาดทุนจากสต๊อกกลับเป็นผลดีเพราะทำให้บริษัทเสียภาษีลดลงจากผลกำไรที่ลดลง และยังทำให้ต้นทุนในการซื้อสินค้าคงคลังลดลงอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 นี้คาดว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น และทำให้บริษัทกลับมามีกำไรจากสินค้าคงคลัง แต่เชื่อว่าอีบิตดาของบริษัทไม่นับรวมผลขาดทุนหรือกำไรจากสินค้าคงคลัง จะมีเกินระดับ 1 หมื่นล้านบาท อย่างแน่นอน
ดังนั้น แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูง แต่ราคาขายปลีกน้ำมันไม่สามารถปรับลดลงตามได้ทันที เนื่องจากต้องติดตามการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากภาครัฐจะปรับเพิ่มหรือไม่
นายวิเชียร กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐให้การสนับสนุนค่าอุดหนุนพลังงาน (แอดเดอร์) ในส่วนของไฟฟ้าที่ผลิตจากไบโอแมสและไบโอแก๊สมากขึ้น และควรสูงกว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมาผลิตไฟฟ้าจากไบโอแมสและไบโอแก๊สมากขึ้น







