
โฆษณาอินเทอร์เน็ตคึกรับอานิสงส์ทีวีป่วน
จากราคาของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่นับวันจะถูกลง อีกทั้งจุดให้บริการฟรีไวไฟเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการใช้โซเชียลออนไลน์เพื่อติดต่อกับเพื่อนและครอบครัวมากที่สุด รวมถึงการแชร์ภาพและแสดงความคิดเห็น
จากราคาของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่นับวันจะถูกลง อีกทั้งจุดให้บริการฟรีไวไฟเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการใช้โซเชียลออนไลน์เพื่อติดต่อกับเพื่อนและครอบครัวมากที่สุด รวมถึงการแชร์ภาพและแสดงความคิดเห็น
จากผลการสำรวจของบริษัท ทีเอ็นเอส โกลบอล เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย พบว่ามีค่าเฉลี่ยการใช้อินเทอร์เน็ตไปกับโซเชียลมีเดียสูงถึง 61% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่มีเพียง 42% และยังพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยใช้เวลากว่า 3.1 ชั่วโมง/วัน กับโทรศัพท์มือถือ และกว่า 2.6 ชั่วโมง/วัน เป็นการออนไลน์ผ่านมือถือ
โจ เว็บบ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้านกลยุทธ์ดิจิทัล บริษัท ทีเอ็นเอส โกลบอล กล่าวว่า คนไทยส่วนใหญ่จะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์ยังต่ำ ซึ่งผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดีของนักการตลาดในการสร้างแบรนด์และวางกลยุทธ์การทำตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว
ทั้งนี้ เพื่อให้การสร้างแบรนด์สินค้าประสบความสำเร็จ นักการตลาดควรทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ผูกติดกับโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เพื่อสร้างโอกาสและความสำเร็จในการทำตลาดระยะยาว เนื่องจากในอนาคตคนไทยจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าปัจจุบันค่าบริการจะค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากราคาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ธุรกิจทีวีของไทยมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศจากระบบอะนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มสับสนและมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างแบรนด์และโฆษณาสินค้า ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สื่อออนไลน์
ศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทีวีนับตั้งแต่การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล ไม่นับปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 ในตอนนี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบกอบการเริ่มหันมาสนใจสื่อออนไลน์หรือดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากส่วนหนึ่งสูญเสียความมั่นใจไปกับทีวีดิจิทัลที่ขณะนี้ยังไม่เข้าถึงผู้ชมได้ตามเป้าหมาย ทำให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งเริ่มโยกงบมาใช้กับสื่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมโฆษณาสื่ออินเทอร์เน็ตสิ้นปีนี้น่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโต 38% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไปคาดว่าโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตจะมีอัตราการเติบโตที่เร็วมาก
“คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น เพื่อถ่ายรูปและแชร์ให้กับเพื่อนในโลกโซเชียล หากคอนเทนต์ไหนได้รับความสนใจจากผู้ที่เข้ามาชมจะทำให้เกิดการแชร์ต่อ และจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคพบว่าเรื่องหรือภาพที่แปลก ประทับใจ ซึ้งใจ ตลกขบขัน จะได้รับความสนใจแชร์ต่อ” ศิวัตร กล่าว
ดังนั้น นักการตลาดควรนำสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำตลาด โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ด้วยการแชร์ต่อ ซึ่งที่ผ่านมาไอศกรีมแม็กนั่มเคยประสบความสำเร็จกับการใช้กลยุทธ์ดังกล่าวมาแล้ว
ในด้านของนักการตลาดเองก็ต้องปรับคอนเทนต์ โดยคอนเทนต์ที่จะนำมาทำตลาดควรปรับลดขนาดและระยะเวลาในการนำเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคที่รับสื่อผ่านมือถือที่ต้องการความกระชับ รวดเร็ว แคปชั่นที่นำเสนอควรมีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย
ปัจจุบันการทำสื่อโฆษณาอินเทอร์เน็ตเริ่มเปลี่ยนไป การคิดงานโฆษณาเริ่มคิดคอนเทนต์สำหรับโทรศัพท์มือถือก่อน แล้วจึงค่อยปรับเปลี่ยนคอนเทนต์อื่นๆ เข้ามาเสริม หากต้องการขยายช่องทางการโฆษณาไปในสื่ออื่นๆ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
แม้ว่าปัจจุบันสื่อโฆษณาอินเทอร์เน็ตจะมีมูลค่าเพียง 5,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับอุตสาหกรรมโฆษณาโดยรวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ถือว่าน้อยมาก แต่การเก็บเล็กผสมน้อยบวกกับปัจจัยหนุนรอบด้านที่เพิ่มขึ้น เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้สื่อโฆษณาอินเทอร์เน็ตต้องเติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกปีแน่นอน







