posttoday
สสว.ก้าวสู่สภาพัฒน์ของเอสเอ็มอีไทย

สสว.ก้าวสู่สภาพัฒน์ของเอสเอ็มอีไทย

26 กันยายน 2557

สสว. ได้ย้ายมาอยู่ที่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การทำงานของ สสว.มีความกระชับขึ้น

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

เปิดใจ “วิมลกานต์ โกสุมาศ” รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภายหลังที่ สสว. ได้ย้ายมาอยู่ที่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การทำงานของ สสว.มีความกระชับขึ้น มีพลังในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานส่งเสริมเอสเอ็มอี มีความรวดเร็ว ทำให้การบูรณาการข้อมูลร่วมระหว่างภาครัฐที่ดีขึ้น

พร้อมกันนี้จะส่งผลให้บทบาทของ สสว.มีข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน กลายเป็นหน่วยงานที่มีรูปแบบคล้ายกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ที่พร้อมชี้แนะนำแนวทาง วางนโยบายเอสเอ็มอีของประเทศไทยทั้งหมด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารเอสเอ็มอีสูงมาก และวางให้เอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ เพราะเอสเอ็มอีถือเป็นกระดูกสันหลังของประเทศและระบบเศรษฐกิจ

ขณะที่ยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้อนุมัติแล้ว 4 ยุทธศาสตร์ จากคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ได้แก่ 1.การบูรณาการจัดการภาครัฐเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีให้มีประสิทธิภาพ ทำให้มีการวางระบบฐานข้อมูลเอสเอ็มอีใหม่ โดยเฉพาะจัดทำข้อมูลเอสเอ็มอีที่มีอยู่ 2.7 ล้านราย มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล 3-4 แสนราย จึงมีเอสเอ็มอีจำนวนมากไม่ได้เข้ามาระบบ เพื่อให้การส่งเสริมเป็นรายกลุ่มธุรกิจ (เชคเตอร์) ได้ถูกต้อง

ยุทธศาสตร์2 การส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีตามวงจรธุรกิจ ทั้งการจัดตั้งศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจรใน 5 ภูมิภาค จะเปิดตัวให้บริการในปีหน้า จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทางธุรกิจเอสเอ็มอีออนไลน์ ที่แนะนำตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ ขยายธุรกิจ ฟื้นฟูธุรกิจ และการปรับธุรกิจเมื่อประสบปัญหา การจัดทำ SME National Champion เป็นครั้งแรก เพื่อคัดเลือกเอสเอ็มที่มีความสามารถสูงออกไปทำตลาดต่างประเทศ เชื่อมั่นว่าภายใน 10 ปี เอสเอ็มอีกลุ่มดังกล่าวจะเพิ่มมูลค่าส่งออกได้

ยุทธศาสตร์ 3 การเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเอสเอ็มอี ด้วยการจัดตั้ง 1 มหาวิทยาลัยและอาชีวะ เป็นเครือข่ายช่วยเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ ร่วมมือกับหน่วยงานด้านนวัตกรรม เพื่อทำเนียบผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงข้อมูล

ยุทธศาสตร์ที่ 4 เชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เอสเอ็มอีรวมกลุ่มเป็นสมาคมต่างๆ พร้อมกับจัดงานเอเชียน เอสเอ็มอี เอ็กซ์โป เริ่มครั้งแรกปีหน้า ที่นำผู้ประกอบการอาเซียน และอาเซียน+6 มาร่วมงาน การจัดทำข้อมูลเอสเอ็มอีอาเซียน เพื่อให้ทั่วโลกใช้ฐานข้อมูลเอสเอ็มอีอาเซียนที่ประเทศไทย

สสว.ก้าวสู่สภาพัฒน์ของเอสเอ็มอีไทย

ทางด้านข้อเสนอการจัดตั้งทบวงเอสเอ็มอี จะต้องอยู่ที่รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่เชื่อมั่นว่า การปรับงานบูรณาการหน่วยงานภาครัฐในการทำงานร่วมเอสเอ็มอีใหม่ จะส่งผลดีต่อการบริหารและวางนโยบายของเอสเอ็มอีไทยได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ สสว.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในอาเซียน ทั้งการจัดทำ ASEAN SME Service Center เพื่อนำเสนอข้อมูลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาเซียน การจัดทำดัชนีชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาอาเซียน การจัดประชุม ASEAN Advisory Board เพื่อร่วมกำหนดนโยบายพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งไทยจะจัดตั้ง Thai SME Advisory Board หรืออาจเป็น สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อร่วมกำหนดนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้ประกอบกราในไทยอาเซียน

จึงคาดว่าการประชาเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสที่ดีแก่เอสเอ็มอีไทย โดยผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวเองใหม่ หันมาร่วมมือสร้างเครือข่ายอาเซียน เพื่อใช้วัตถุดิบแต่ละประเทศในอาเซียน ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ส่วนสินค้าไทยที่มีโอกาสขยายตลาดในอาเซียนได้แก่ สินค้าความงาม อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ที่ผู้บริโภคในอาเซียนชื่นชอบแบรนด์สินค้าไทยสูงสุด

ในปีนี้เอสเอ็มอีไทยจะมีอัตราการขยายตัว (จีดีพี) ประมาณ 2-2.5% ใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศ ส่วนในปีหน้าคาดว่า จีดีพีเอสเอ็มอีจะขยายตัว 4-4.5%

เชื่อมั่นว่าจากแผนยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะเป็นการวางนโยบาย พัฒนาเอสเอ็มอี ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทำให้มีโครงสร้างแข็งแกร่ง ก้าวสู่เอสเอ็มอีที่มีประสิทธิภาพ และเป็นเอสเอ็มอีที่จะเติบโตได้ดีในอนาคต รวมทั้ง สามารถเป็นเอสเอ็มอีไทยสามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพสูง และเป็นสินค้าที่ทั่วโลกต้องการ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69