posttoday
ลุ้นประโยชน์ AIIB

ลุ้นประโยชน์ AIIB

24 กันยายน 2557

เมื่อช่วงต้นเดือน ผมได้เข้าร่วมการประชุมสภาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิก (PECC) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน นักวิชาการชาวจีนได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าการเจรจาหาสมาชิกผู้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Asian Infrastructure Investment Bank หรือ AIIB) ของรัฐบาลจีน

เมื่อช่วงต้นเดือน ผมได้เข้าร่วมการประชุมสภาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิก (PECC) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน นักวิชาการชาวจีนได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าการเจรจาหาสมาชิกผู้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Asian Infrastructure Investment Bank หรือ AIIB) ของรัฐบาลจีน

เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ได้ประกาศแนวคิดจะจัดตั้ง AIIB ขึ้นระหว่างการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC) ที่อินโดนีเซีย โดยบอกว่าจะหาทุนเริ่มต้นถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แนวคิดดังกล่าวถือว่าสั่นสะเทือนฐานะของสถาบันการเงินระดับสากลหลายแห่ง เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ซึ่งมีผู้สนับสนุนหลักคือญี่ปุ่น ตลอดจนกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ซึ่งมีผู้สนับสนุนหลักคือประเทศฝั่งตะวันตก

แม้จีนจะอ้างว่า ก่อตั้ง AIIB เพื่อตอบแทนมิตรประเทศที่ให้ความช่วยเหลือจีนมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนทำให้จีนเติบโตมาถึงทุกวันนี้ แต่ในความเป็นจริง ผมเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวมีนัยแอบแฝง

นั่นคือจีนพยายามคานอำนาจกับญี่ปุ่นและสหรัฐในแถบเอเชียซึ่งรวมถึงอาเซียน

ที่ผ่านมา จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแก่ประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียและอาเซียนตลอดมา เช่น การก่อสร้างสนามบินเนย์ปิดอว์ของพม่า โรงงานไฟฟ้าในอินโดนีเซีย ถนนและสะพานเชียงของห้วยทรายบนเส้นทาง R3A ในลาว โดยลักษณะของการให้ความช่วยเหลือเป็นไปในรูปแบบทวิภาคี เจรจากันประเทศต่อประเทศ

การยกระดับลักษณะการให้ความช่วยเหลือของจีนครั้งนี้ สะท้อนว่าจีนมีเงินคงคลังเหลือจำนวนมาก หากนำเข้าสู่ระบบการเงินในประเทศก็อาจเกิดภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรงจนเกินไป จนเกิดภาวะเงินเฟ้อหรือฟองสบู่ตามมา จีนจึงเลือกหาช่องทางระบายเงินที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองที่สุด ซึ่งก็คือการคานอำนาจกับมหาอำนาจชาติอื่นในแถบนี้ไปด้วย

ถ้าพูดถึงตัวเลือกทางการเงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน ที่ผ่านมาแต่ละประเทศก็ไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องพึ่งพา ADB หรือ World Bank เพราะแม้อาเซียนจะสร้างกลไกตั้งธนาคารและกองทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง (ASEAN Infrastructure Fund – AIF) ที่มาเลเซีย แต่กองทุนดังกล่าวก็คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด

การมี AIIB ขึ้นมา จึงเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญของทั้งไทยและประเทศอื่นในอาเซียน เพราะมีสถาบันการเงินระดับสากลให้เลือกมากขึ้นสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็อาจสูงขึ้น มีการแข่งขันเรื่องอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น

ปัญหาของเอเชียไม่ใช่ไม่มีเงินทุน เพราะมีเงินทุนสำรองสูงจากจีน 3.99 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และอาเซียนอีก 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สามารถสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการใช้ในการลงทุนประมาณ 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 20102020 ได้เพียงแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหาช่องทางที่จะใช้เงินทุนดังกล่าวเท่านั้น

ที่สำคัญ ไทยและอาเซียนเองก็จะมีตัวเลือกเพื่อถ่วงดุลในการพึ่งพามหาอำนาจเช่นกัน

ตอนนี้ทั้ง ADB และ IMF รวมถึงสถาบันการเงินอื่นๆ ไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้านจีน น่าจะเป็นสัญญาณว่าแต่ละแห่งทราบแล้วว่า AIIB ต้องมา และถึงเวลาที่ตัวเองต้องปรับตัว

จากที่ได้ฟังนักวิชาการชาวจีนในการประชุม PECC ดูเหมือนจีนจะเจรจาลงนามเอ็มโอยูผู้ร่วมก่อตั้ง AIIB ไปได้มากแล้ว ไม่แน่ว่าในการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ประมาณเดือน พ.ย.นี้ ผู้นำจีนอาจประกาศความชัดเจนของการก่อตั้งกลางเวทีเหมือนเช่นคราวที่ประกาศแนวคิด

ถ้า AIIB สามารถก่อตั้งได้ตามแผนคร่าวๆ เดิม คือภายในปี 2558 จริง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน จะมีโอกาสไปได้รวดเร็วขึ้นอีกมากครับ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน