
ดิ้นขึ้นค่าแท็กซี่ขู่เลิกกดมิเตอร์
ขนส่งฯ เตรียมชงโครงสร้างปรับค่าโดยสารแท็กซี่ เตือนไม่กดมิเตอร์โดนปรับครั้งละ 1,000 บาท
ขนส่งฯ เตรียมชงโครงสร้างปรับค่าโดยสารแท็กซี่ เตือนไม่กดมิเตอร์โดนปรับครั้งละ 1,000 บาท
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สหกรณ์แท็กซี่จะให้เวลารัฐบาลพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่อีกระยะหนึ่ง แต่หากค่าโดยสารยังไม่ขึ้นอีก 10% และรัฐยังขึ้นราคาพลังงานแอลพีจีและเอ็นจีวีเมื่อไร สหกรณ์จะเลิกคิดค่าโดยสารแบบกดมิเตอร์ทันที และมาใช้วิธีต่อรองราคากับผู้โดยสารแทน ซึ่งยอมรับว่าแม้เป็นวิธีผิดกฎหมาย แต่ก็จำเป็นเพราะตอนนี้อาชีพแท็กซี่หลายคนขับไปแล้วขาดทุน มีรายได้หักค่าใช้จ่ายเหลือน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเสียอีก
“ตอนนี้ต้นทุนค่าก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม ถ้าขึ้นราคา 1 บาท/กิโลกรัม ต้นทุนจะเพิ่มทันที 50 บาท” นายวิฑูรย์กล่าว
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมจะเสนอผลการศึกษาเรื่องอัตราโครงสร้างราคาค่าโดยสารแท็กซี่ให้ที่ประชุมเชิงปฏิบัติการด้านขนส่งทางบกที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นประธาน พิจารณาในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ซึ่งอัตราค่าโดยสารใหม่จะคำนวณจากค่าเช่ารถ ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมรถในแต่ละปี และหากมีการปรับเพิ่มราคาเชื้อเพลิงก็ต้องนำอัตราราคาพลังงานใหม่มารวมไว้ในอัตราค่าโดยสารด้วย
“จะมีปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่หรือไม่ จะต้องรอนโยบายจาก รมว.คมนาคมก่อน” นายจิรุตม์ กล่าว
สำหรับกรณีที่ผู้ขับแท็กซี่ขู่จะเลิกกดมิเตอร์คิดค่าโดยสาร และหันมาใช้วิธีต่อรองราคาค่าโดยสารกับผู้โดยสารแทน หากภาครัฐไม่ขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ให้นั้น ถือว่ามีความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งกรณีไม่กดมิเตอร์ หรือไม่คิดค่าโดยสารตามที่กำหนด จะถูกโทษปรับครั้งแรกไม่เกิน 1,000 บาท แต่หากกระทำผิดครั้งที่ 2 จะปรับ 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 7 วัน หากทำผิดครั้งที่ 3 จะปรับ 1,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 15 วัน หากกระทำผิดข้อหาเดียวกัน 3 ครั้ง ใน 1 เดือน จะปรับ 1,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางขนส่งสินค้าหลักของประเทศ เห็นชอบให้จัดสร้างจุดพักรถบรรทุกในเส้นทางการขนส่งสินค้าหลักของประเทศรวม 41 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์บริการพักรถบรรทุก 13 แห่ง และจุดพักรถบรรทุก 28 แห่ง เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนตามมติของคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) โดยมอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการทั้งในส่วนการตั้งงบก่อสร้าง ส่วนกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้กำกับและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดชั่วโมงปฏิบัติงานของพนักงานขับรถบรรทุก
“การจัดทำจุดพักรถกรมทางหลวงอาจเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน โดยรัฐจะเป็นผู้ลงทุนในการจัดหาที่ดินและค่าก่อสร้างสาธารณูปโภค ส่วนเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวม 7,700 ล้านบาท ส่วนจุดพักรถอีก 28 แห่ง เป็นจุดพักรถขนาดเล็กที่มีการใช้งานในช่วงเวลาสั้น กรมทางหลวงจะก่อสร้างและบริหารจัดการเองทั้งหมด คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท” นางสร้อยทิพย์ กล่าว







